สมัครบาคาร่า ts911

จากคนแรกสู่มือ 1 ค่าตัวหลักล้าน : วิวัฒนาการ Streaker แก้ผ้าวิ่งลงสนามแล้วได้อะไร?

14/05/2019 ts911hklen 95 views

Streaker แก้ผ้าวิ่งลงสนามแล้วได้อะไร วิวัฒนาการ จากคนแรกสู่มือ 1 ค่าตัวหลักล้าน

Streaker

การวิ่งแก้ผ้าลงสนามตามการแข่งขันกีฬาต่างๆคือภาพที่ชินหูชินตาคอกีฬาไปเสียแล้ว ทว่ามันต้องมีเหตุผลทำไมพวกเขาถึงต้องทำให้ตัวเองอับอายขนาดนั้นกันแน่?

Main Stand จะพาคุณย้อนเวลากลับไปเจอนักวิ่งแก้ผ้าลงสนามคนแรกในประวัติศาสตร์ มาจนถึงชายผู้เตรียมการเป็นปีๆ ทางเข้า ts911 เพื่อเอาชนะระบบรักษาความปลอดภัยสุดเข้มงวด และถูกเรียกว่า “มืออาชีพ” และนี่คือเรื่องราวของเหล่าคนเพี้ยนที่ทำเงินได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ

การวิ่งลงสนามและแก้ผ้าครั้งแรกของแฟนกีฬานั้นต้องย้อนกลับไปในยุค ’70 แถมไม่ได้เกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลอีกด้วย “ชีเปลือย” คนแรกของโลกถือกำเนิดขึ้นในสนาม ทวิเคนแฮม เมกกะแห่งวงการรักบี้ในปี 1974 โดยเป็นเกมกระชับมิตรระหว่าง อังกฤษ เจ้าบ้าน กับ ฝรั่งเศส เพื่อหาเงินบริจาคให้กับกับกองทุนภัยพิบัติทางอากาศ

การพบกับเพื่อนฝูงก่อนเกมจะเริ่มขึ้นถือเป็นวัฒธรรมการดูกีฬาของชาวตะวันตก พวกเขาจะไปรวมตัวกันตามบาร์ประจำเมือง หรือประจำร้าน ด้วยอากาศที่ค่อนข้างจะหนาวเย็น เหล่าผู้เข้าชมเกมระหว่าง อังกฤษ กับ ฝรั่งเศส พร้อมใจกันสั่งวิสกี้, เบียร์ หรืออะไรก็แล้วแต่เพื่อปลุกเร้าใจกับร่างกายให้พร้อมสู้กับความหนาวเหน็บ และ ไมเคิล โอไบรอัน ก็เช่นกัน

ไมเคิล โอไบรอัน เป็นชาวออสเตรเลีย เติบโตจากย่านชานเมืองของซิดนี่ย์และเข้าโรงเรียนคาทอลิกท้องถิ่นที่มีรักบี้เป็นกีฬาเด่นของโรงเรียน ซึ่งเขาเองก็ชื่นชอบและเป็นนักกีฬาของโรงเรียน ก่อนจะย้ายมาอยู่อังกฤษในช่วงวัยทำงาน และยังติดตามเกมลูกหนำเลี้ยบอย่างต่อเนื่อง เช้าก่อนวันแข่ง โอไบรอัน มาก่อนเกม 3 ชั่วโมง และเขาเริ่มกินเหล้าทันทีตั้งแต่เดินเข้าสู่บาร์ ดังนั้นสติสัมปชัญญะของเขาเริ่มจะเลื่อนลางเข้าไปทุกขณะ เขาแหกปากร้องเพลง เยรูซาเลม อันเป็นเพลงที่เสมือนว่าเป็นเพลงชาติของรักบี้

“เห้ย มึงเอาไป 10 ปอนด์เลย ถ้ากล้าถอดเสื้อผ้าแล้ววิ่งลงไปในสนามเกมนี้” เพื่อนขี้เมาของเขาท้าทายให้ทำเรื่องที่น่าอับอายทั้งๆ ที่มันมีค่าแค่ 10 ปอนด์

อย่างไรก็ตามคุณเคยได้ยินคำว่าอย่าท้าคนเมาหรือเปล่า? นั่นหละตรงเป๊ะกับสถานการณ์ของ โอไบรอัน เลย นักบัญชีชาวออสซี่ ตอกเหล้าเพิ่มไปอีก 2 ช็อตก่อนเคาะโต๊ะดังฉาด ตะโกนลั่นโต๊ะ “ก็เอาสิวะเห้ย” หลังจบประโยคพวกเขายกโขยงกันไปเข้าสนามพร้อมแล้วสำหรับปฎิบัติการเป็นไปไม่ได้

“เพื่อนของผมมันท้าอะไรไม่เข้าเรื่อง มันพูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ไม่เคยมีคนทำมาก่อนโดยให้ผมแก้ผ้าวิ่งลงไปตามแนวยาวของสนาม (จากหลังโกลฝั่งหนึ่งไปยังหลังโกลฝั่งหนึ่ง) ผมก็แบบว่า เออมาสิ สบายมาก จากนั้นพวกมันรุมปล้ำถอดชุดผมออกหมดเลย ไอ้เพื่อนอีก 2 คนนั้นร้ายกว่า คว้าเสื้อผ้าของผมที่ถอดวิ่งออกไปยังอีกอัฒจันทร์หลังโกลอีกฝั่ง” เขาว่าไว้แบบนั้น

การสร้างตำนานของ โอไบรอัน จะไม่เกิดขึ้นเลยหาก เอียน แบรดชอว์ ตากล้องจากสำนักข่าว ซันเดย์ มิร์เร่อร์ ที่เป็นช่างภาพที่มีมุมมองไม่เหมือนใคร เขาจะเตรียมกล้องไป 2 ตัว ตัวหนึ่งโฟกัสที่การแข่งขัน ส่วนอีกตัวเขาจะคอยสอดส่องดูความบ้าคลั่งของกองเชียร์ และช่วงพักครึ่งขณะที่ช่างภาพคนอื่นๆ เข้าไปในพื้นที่สื่อเพื่อรับชาอุ่นๆ มาดื่มแก้หนาว แต่ แบรดชอว์ เฝ้ารอจังหวะที่จะได้เห็นอะไรดีๆ บนอัฒจันทร์ และสุดท้ายก็เข้าล็อก เพราะเมื่อ โอไบรอัน วิ่งลงสนาม กลายเป็นว่าสำนักข่าว ซันเดย์ มิเร่อร์ เป็นเจ้าเดียวที่สามารถบันทึกภาพชีเปลือยคนแรกของโลกที่วิ่งลงสนามกีฬาขณะที่ยังมีการแข่งขันอยู่

7

ในยุค ’70 นั้นกล้องที่ใช้งานเป็นกล้องฟิล์ม แน่นอนว่าการจะรัวชัตเตอร์เก็บทุกช็อตเหมือนปัจจุบันคงเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม แบรดชอว์ พยายามกดชัตเตอร์ไปหลายครั้งมากเพื่อให้ได้รูปที่สมบูรณ์แบบ แต่หลายรูปออกอากาศไม่ได้เพราะ โอไบรอัน อยู่ในสภาพตัวเปลือยเปล่าเจ้าโลกกระโตงกระเตงทุกใบ รูปเดียวที่ใช้คือหลังจากที่เขาโดนการ์ดสนามและเจ้าหน้าที่ตำรวจล็อกตัว รูปใบนั้นเป็นจังหวะที่ตำรวจต้องถอดหมวกเพื่อมาปิดเจ้าโลกของกันเพื่อกันอุจาดแก่ผู้พบเห็น เขารอจังหวะที่หมวกปิด และมีเจ้าหน้าที่อีกคนถือชุดมาให้เขาก็กดชัตเตอร์ทันที และรูปนั้นก็กลายเป็นตำนานในที่สุด

“มันเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ มันถูกครอปจนพอดีเป๊ะ ชายที่ถือแจ็คเก็ตสีขาวเดินเข้ามาผมก็กดเลย จังหวะมันลงตัว รูปนี้สมบูรณ์แบบผมแทบไม่ต้องเติมอะไรเข้าไปเลย” แบรดชอว์ตากล้องในวันนั้นกล่าว ขณะที่หมวกของนายตำรวจใบที่ถูกปิดบังจุดสำคัญของ โอไบรอัน ผู้นี้ได้ถูกนำออกประมูลเพื่อช่วยการกุศลและได้ราคาถึง 2,400 ปอนด์ หรือราว 168,000 บาทไทย

สทรีกเกอร์ (Streaker) คือคำที่สื่อใช้เรียกกลุ่มชีเปลือยเหล่านี้ หลังจากการปรากฎตัวของ โอไบรอัน และเป็นข่าวใหญ่ รูปของถ่ายของ แบรดชอว์ คือจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์วงการกีฬาอย่างแท้จริง เพราะอะไรก็ตามที่เป็นข่าวใหญ่มักจะได้รับความสนใจเสมอ เมื่อการแก้ผ้าลงสนามได้รับความสนใจจากทุกๆคนทำให้หลังจากนั้น สทรีกเกอร์ สมัครเว็บ TS911 ก็กลายเป็นพฤติกรรมเลียนแบบที่ฮ็อตฮิตติดชาร์ตสำหรับชาวยูเค และลามไปทั่วทุกมุมโลก

จากความสนุกสนามเฮฮาในหมู่เพื่อนฝูง และความเมามายขาดสติ สทรีกเกอร์ ถูกเปลี่ยนจุดประสงค์ไป ต่างๆ นานา ไม่ว่าจะด้วยการประท้วงเกี่ยวกับเรื่องการเมืองและความเท่าเทียม, การแสดงออกตามแนวคิดของตน หรือแม้กระทั่งการเรียกร้องความสนใจของเหล่าวัยรุ่นที่คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะได้เป็นคนดังอะไรทำนองนั้น

ไม่ใช่แค่ผู้ชายเท่านั้น ผู้หญิงวิ่งแก้ผ้าลงสนามกีฬาก็มีให้เห็นมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะในรายของ ชีลล่า นิโคลส์ สาววัย 19 ปี ชาวอังกฤษที่แก้ผ้าวิ่งลงสนามด้วยเจตนาที่จะโปรโมทตอัลบั้มเพลงใหม่ของเธอเอง

4

ในยุค ’80 นั้นถือเป็นยุคมืดเลยก็ว่าได้เพราะอัตราการวิ่งลงสนามของเหล่า สทรีกเกอร์ เยอะขึ้น อย่างไรก็ตามบนความสนุกนี้ทำให้หลายๆ ประเทศออกกฎที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อป้องกันการเล่นสนุกและหวังแสดงออกมากเกินไปจนเลยเถิดเหล่านี้ และมันยังดำเนินต่อไปในยุค ’90 แต่เป็นการวิวัฒนาการมากกว่าเดิม เพราะแต่ก่อนพวกเขาจะวิ่งไปโดยไม่มีเป้าหมาย แต่ในยุค ’90 นี้ เหล่าสทรีเกอร์เล็งไปที่นักกีฬาแบบระบุเฉพาะเจาะจงเลยทีเดียว

เมลิสซ่า จอห์นสัน กลายเป็น สทรีกเกอร์คนแรกในศึกวิมเบิลดัน เมื่อปี 1996 โดยเธอวิ่งลงสนามในเกมคู่ชิงชายเดียวระหว่าง ริชาร์ด ครายเช็ก และ มาลิไว วอชิงตัน ขณะที่หลังจากนั้นไม่นาน อีวอนน์ ร็อบบ์ ก็วิ่งแก้ผ้าลงมาในสนามกอล์ฟและเป้าหมายของเธอคือการเข้ามาจูบ ไทเกอร์ วู้ดส์

แม้ฝ่ายจัดการแข่งขันรายการใหญ่จะออกมาตรการเข้ม คือปรับหนัก จับจริงสำหรับเหล่าตัวป่วนเหล่านี้ ทว่าในวิกฤติก็มีบางคนเห็นโอกาส พวกเขาไม่ลังเลที่จะวิ่งแก้ผ้าลงไปแม้จะมีคนรอจับตัวมากมาย นอกจากนี้เขายังไม่กลัวด้วยว่าจะต้องโดนปรับเป็นล้าน เพราะสิ่งที่เขาทำลงไป ที่สุดแล้วก็มีคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ … หลังจากยุค ’90 เขาสู่ยุคมิลเลเนียม การแก้ผ้าวิ่งลงสนาม กลายเป็นอาชีพไปเสียแล้ว

Spread the love
Tags : , , ,
Leave Comment