เจมี่ ริชาร์ด วาร์ดี้ (Jamie Richard Vardy) : ประวัตินักฟุตบอล TS911

09/08/2020 ts911hklen 27 views

เจมี่ ริชาร์ด วาร์ดี้ (Jamie Richard Vardy) เกิดเมื่อวันที่ 11 มกราคม ค.ศ. 1987 ปัจจุบันสังกัดสโมสร เลสเตอร์ ซิตี และทีมชาติอังกฤษ ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า นอกจากนี้สามารถเล่นในตำแหน่งปีกได้อีกด้วย ไปฟังเรื่องราวของสุดยอดนักเตะคนนี้ไปพร้อมๆกับเว็บ TS911 ของเรา เว็บไซท์แทงบอลออนไลน์ที่ดีที่สุด ครบวงจรมากที่สุด ฝาก-ถอนผ่านหน้าเว็บ รวดเร็ว บริการ 24 ชั่วโมง

เจมี่ ริชาร์ด วาร์ดี้

วาร์ดี้เกิดที่เมืองเชฟฟีลด์ ครอบครัวของเขามีฐานะที่ไม่ดีนักพ่อและแม่ของเขาไม่มีเงินที่จะส่งเสียให้วาร์ดี้ เรียนจนจบปริญญาตรีด้วยซ้ำ วาร์ดีจึงต้องดิ้นรนตั้งแต่เล็กด้วยการเป็นพนักงานในโรงงานทำขาเทียม ซึ่งต้องเผชิญกับสารเคมีอันตรายตั้งแต่ยังเด็ก

วาร์ดี้ เริ่มต้นเส้นทางนักเตะกับ สต๊อคบริดจ์-พาร์ค สตีลล์ สโมสรนอกลีก หลังจากที่โดน เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ปล่อยออกจากสโมสรด้วยวัย 16 ปี โดยเขาได้รับโอกาสลงสนามในทีมชุดใหญ่ เมื่อปี 2007 ภายใต้การคุมทีมของ แกรี่มาร์โรว์ ซึ่งตอนนั้นวาร์ดี้รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 30 ปอนด์ต่อสัปดาห์เท่านั้น

2010 วาร์ดี้ มาร่วมทีม ฮาลิแฟกซ์ ทาวน์ ของ นีล แอสพิน เขาได้ประเดิมนัดแรกและ พร้อมทำประตูชัยให้ทีมชนะ บักซ์ตัน 2-1 เขาประสบความสำเร็จมากด้วยการยิงไป 27ประตู พร้อมถูกโหวตเป็นผู้เล่นแห่งปีของสโมสร

เริ่มต้นซีซั่น 2011-12 เขาทำไปได้ 3ประตู จากทั้งหมด 4นัดกับ ฮาลิแฟกซ์ วาร์ดี้ จากนั้นก็ถูกฟลีทวู้ดทาวน์ คว้าตัวมาร่วมทีมแบบไม่เปิดเผยค่าตัว และได้ลงสนามทันทีในเกมเสมอ ยอร์ค ซิตี้ 0-0 กับที่นี่เขาจบฤดูกาลด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดของลีก และได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม คอนเฟอเร้น เนชั่ลแนล ประจำเดือนรวมสถิติ 36นัด 31ประตู

2012 วาร์ดี้ ย้ายมาร่วมทีม เลสเตอร์ ซิตี ด้วยค่าตัว 1.7ล้านปอนด์ เป็นสถิติของนักเตะนอกลีกพร้อมเซ็นสัญญาร่วมกัน 3ปี

จุดเริ่มต้นของสุดยอดนักเตะ เจมี่ ริชาร์ด วาร์ดี้

วาร์ดี้ ประเดิมเกมแรกในนัดพบ ทอร์คีย์ยูไนเต็ด ในถ้วยลีกคัพ และเขาสามารถทำประตูปิดท้ายให้ทีมชนะ 4-0 แต่ต่อมาฟอร์มของเขาร่วงจนน่าตกใจ จนถูกแฟนๆ วิจารณ์ แต่ถึงอย่างไร ไนเจล เพียร์สสัน ผู้จัดการทีม ยังวางใจเขาต่อไป

2013 วาร์ดี้ กลับคืนฟอร์มยิงกระจาย พร้อมจบที่ 16 ประตู พาทีมเลื่อนชั้นพรีเมียร์ลีก ในฐานะแชมป์แชมเปี้ยนชิพ

2014 วาร์ดี้ ขยายสัญญากับ เลสเตอร์ ซิตี ยาวไปถึงปี 2018   วาร์ดี้ ยิงประตูแรกในพรีเมียร์ ลีก และทำให้ทีมได้สองจุดโทษ พาทีมถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้ 5-3

2015–16 ถือเป็นฤดูกาลที่ วาร์ดี แจ้งเกิดอย่างแท้จริง เมื่อนำเป็นดาวซัลโว และในนัดที่ 13 ที่เลสเตอร์ซิตีเป็นฝ่ายบุกไปเยือน นิวคาสเซิลยูไนเต็ด ที่สนามเซนต์เจมส์พาร์ก ที่เลสเตอร์ซิตีเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 0-3 วาร์ดี้ยิงประตูได้ในนาทีที่ 45 ของครึ่งเวลาแรก ทำให้ทำสถิติยิงประตูติดต่อกันในลีกเป็นนัดที่ 10 และผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้ เลสเตอร์ซิตี ขึ้นนำในตารางคะแนนอีกด้วย

เจมี่ ริชาร์ด วาร์ดี้

วาร์ดี ยิงได้ต่อเนื่องเป็นนัดที่ 11 ในนัดต่อมาที่ เลสเตอร์ซิตี พบกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่สนามคิงเพาเวอร์สเตเดียม ที่เสมอกันไป 1-1 โดย วาร์ดี ยิงได้ในนาทีที่ 23 นับเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก และเขามาหยุดการทำประตูในนัดที่ 15 ที่ เลสเตอร์ซิตี เป็นฝ่ายบุกไปเยือน สวอนซีซิตี ที่สนาม ลิเบอตีสเตเดียม ถึงแม้ว่าผลการแข่งขัน เลสเตอร์ซิตี จะเป็นฝ่ายชนะไปถึง 0-3 ประตูก็ตาม และทำให้ทีมขึ้นสู่อันดับ 1 ในตารางคะแนนแต่วาร์ดี้เองไม่สามารถทำประตูได้เลยแต่เขาก็ส่วนในประตูที่ 3 เมื่อเป็นผู้จ่ายลูกให้

สำหรับฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2016-17 วาร์ดี้ ยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีมที่พา “จิ้งจอกสยาม”เลสเตอร์ซิตี เข้าไปถึงรอบ 8ทีมสุดท้าย เมื่อจบการแข่งขันในศึก ยุโรป ฤดูกาลนั้น วาร์ดี้ ยิงไปทั้งหมด 2 ประตู จากการลงสนามไป 9นัด

2018-19 เจมี่ ริชาร์ด วาร์ดี้ ได้ทำลายสถิติการยิงประตูให้กับ เลสเตอร์ซิตี ตลอดการคุมทีมของ แกรี่ ลินิเกอร์ ที่ทำไว้ 103 ประตู โดยล่าสุดวาร์ดี้ทำประตูให้กับเลสเตอร์ ซิตี รวมทุกรายการไปแล้ว 107ประตู (สถิติถึง สิ้นสุดฤดูกาล 2018-19) และในฤดูกาล 2019-20 ถือเป็นฤดูกาลที่เจ้าตัวกำลังเข้าฟอร์มเหมือนในฤดูกาล 2015-16อีกครั้ง ณ ตอนนี้เขา ยิงไปแล้ว 17ประตู จาก18นัดในเกมลีค


อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี่

ไอดีไลน์ @mg042 ลิงค์ไลน์ https://lin.ee/6YHplbO8

แชร์เรื่องนี้
Tags : , , , , ,
แสดงความคิดเห็น