สมัครบาคาร่า ts911

David beckham : ทำไมลูกโค้งจึงไม่เหมือนใครในโลก

09/10/2019 ts911hklen 43 views

David beckham : ทำไมลูกโค้งจึงไม่เหมือนใครในโลก

David beckham

ในยุคหนึ่งฟรีคิกของ David beckham ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพ หากอยู่ในระยะทำการ น้อยมากที่ผู้รักษาประตูคู่แข่งจะรับมือได้

ในเชิงสถิติเขาบางทีอาจจะด้อยกว่า จูนินโญ แปร์นัมบูกาโน ที่เป็นเจ้าของตำแหน่งนักฟุตบอลที่ยิงฟรีคิกได้มากที่สุดในโลก แม้กระนั้นความอันตรายบางทีก็อาจจะไม่แพ้กัน เพราะว่ามันอีกทั้งแรง อีกทั้งเร็ว และก็ที่สำคัญมันยังมีแนวโค้งที่เป็นเอกลักษณ์ กระทั่งยากจะเอาอย่าง

เขาเริ่มสร้างชื่อจากดาวรุ่งชุด “คลาส ออฟ ‘92” ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะได้รับการเชิดชูว่าเป็นปีกขวาที่เปิดบอลได้แม่นที่สุดในเกาะอังกฤษ ยืนยันได้จากปริมาณ 80 แอสซิสต์ที่ทำเป็นในพรีเมียร์ลีก รวมทั้งเคลื่อนย้ายไปค้าหน้าแข้งในต่างเมืองกับหลายทีมดัง อีกทั้ง เรอัล มาดริด, แอลเอ กาแล็กซี, เอซี มิลาน รวมทั้ง กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง

ในเวลาเดียวกัน ฝีมือสำหรับเพื่อการเล่นลูกตั้งเตะของเขาก็เป็นที่เกรงกลัวในยุโรป มันเป็นหนึ่งในอาวุธที่มีอานุภาพของเบ็คแฮม ไม่ว่ายามลงเล่นให้กับสมาพันธ์ หรือรับใช้กลุ่มชาติอังกฤษ

เขาเป็นเจ้าของสถิตินักฟุตบอลที่ยิงฟรีคิกได้มากที่สุดชั่วกับชั่วกัลป์ในพรีเมียร์ลีกด้วยปริมาณ 18 ประตู และก็ชั้น 5 ของโลก ด้วยปริมาณ 66 ประตูตลอดชาติการค้าขายลำแข้ง ตามหลังชั้น 1 อย่างจูนินโญ อยู่ 11 ประตู

ยิ่งกว่านั้น เขาชอบยิงฟรีคิกในระยะเวลาสำคัญได้เสมอ ที่ทำให้ประตูที่เกิดจากปลายสตั๊ดของเขาล้วนน่าจำ ไม่ว่าจะเป็น ฟรีคิกที่ยิงใส่บาร์เซโลนา ในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดู 1998-99 ซึ่งเป็นปีที่ภูติผีปีศาจแดงคว้าทริปเปิลแชมป์ หรือฟรีคิกยิงตีเสมอกรีซในตอนทดเจ็บ ที่ช่วยทำให้อังกฤษรับประกันเข้าไปเล่นในบอลโลก 2002 รอบในที่สุด

ดังนี้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ฟรีคิกของเบ็คแฮม มีความอันตรายเป็นลูกโค้งที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา ประตูที่เกิดขึ้นโดยมาก แม้ไม่โค้งหนีมือผู้เฝ้าประตู ก็จะเป็นลูกโค้งอ้อมกำแพงแล้วแทงเสาเข้าไปทั้งมวล

“สิ่งที่น่าอัศจรรย์เกี่ยวกับฟรีคิกของเบ็คแฮมเป็นเป็นการประสมประสานกันของการปั่นไซด์แล้วก็ความแรง มันเป็นเคล็ดลับที่สุดยอด เขาถอยออกมาเพียงแต่หนึ่งหรือสองเมตร ก็สามารถยิงได้ร้ายแรงขนาดนั้น” โรนัลด์ คูมัน หนึ่งในจอมเตะลูกฟรีคิกกล่าวกับ Independent

อีกทั้งประตูแรกในชื่อกลุ่มชาติอังกฤษ ที่ยิงโคลอมเบียในบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส หรือประตูที่ยิงบาร์เซโลนาในรอบแบ่งกลุ่ม UCL ปีเดียวกัน ก็มาจากลูกโค้งผ่านกำแพงแล้วหนีมือผู้เฝ้าประตูเข้าไป

ลูกโค้งของเขาโด่งดังมากมาย ถึงกับขนาดในปี 2002 มีภาพยนตร์ที่ชื่อว่า “Bend it like Beckham” ที่ทำขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เขาซึ่งเป็นที่จำจากการปั่นฟรีคิกไซด์โค้งเพื่อทำคะแนนอย่างยิ่งจริงๆ

อย่างไรก็แล้วแต่ ฟรีคิกที่เป็นเอกลักษณ์ของเบ็คแฮมไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ มันสามารถชี้แจงได้ด้วยเหตุผลด้านวิทยาศาสตร์ ที่เรียกกันว่าปรากฎการณ์ แมกนัส เอฟเฟค

แมกนัส เอฟเฟค เป็นปรากฎการณ์ที่ศึกษาค้นพบโดย เฮนริค กุสตาฟ แม็กนัส นักค้นคว้าชาวเยอรมัน โดยเมื่อลูกฟุตบอล “หมุน” แหวกผ่านอากาศอย่างเร็วนั้น มันจะดึงเอาอากาศที่อยู่รอบข้างหมุนไปด้วย

รวมทั้งเวลาที่บอลหมุน อากาศที่เขยื้อนผ่านบอลด้านหนึ่งจะเคลื่อนเร็วขึ้น ส่วนอีกฟากหนึ่งจะเคลื่อนช้าลง ฝั่งที่เขยื้อนเร็วจะมีแรงกดดันน้อยกว่า ก็เลยทำให้บอลวิ่งออกไปเป็นวิถีโค้ง

ดังนี้ เคยมีคนพิสูจน์แนวคิดนี้ด้วยการโยนลูกบาสเก็ตบอลจากเขื่อนที่สูงหลายร้อยเมตร โดยหนแรกเขาโยนมันลงไปตรงๆซึ่งทำให้ลูกบาสเก็ตบอลตกลงมาตรงๆมิได้เขยื้อนไปจากจุดที่โยนมากเท่าไรนัก

ถัดมาเขาทดลองหมุนลูกบาสเก็ตบอลเข้าพบตัว และก็หลังจากนั้นจึงค่อยปล่อยมือพบว่า ลูกบาสเก็ตบอลสามารถเดินทางกลางอากาศได้นานขึ้น ก่อนที่จะลอยไปตกในจุดที่ไกลกว่าจุดปลดปล่อยหลายเมตร

แมกนัส เอฟเฟค ของ David beckham

“มันเป็นหลักฟิสิกส์ของลูกฟุตบอลที่ราวลูกโค้งของลูกฟุตบอลประเภทอื่น” ลู บลูมฟิลด์ ศ.จ.ทางฟิสิกส์ ที่มหาวิทยาลัย เวอร์จีเนีย แล้วก็ผู้ครอบครองคนเขียนหนังสือ How Things Work: The Physics of Everyday Life กล่าว

“ลูกโค้งเป็นคุณโภคทรัพย์ที่เกิดขึ้นมาจากแรงแมกนัส เมื่อลูกฟุตบอลหมุน อากาศก็มีทิศทางที่จะวิ่งเข้าพบด้านหนึ่งมากยิ่งกว่าอีกด้านหนึ่ง เนื่องจากมันถูกดึงเข้ามาด้วยผิวของบอล”

แน่ๆว่า ฟรีคิกของเบ็คแฮม ได้รับอิทธิพลมาจากปรากฎการณ์นี้โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประตูอันดังของเขาในเกมเจอกรีซ ที่ช่วงแรกเสมือนจะลอยไปทางด้านซ้ายของผู้เฝ้าประตูหรือมุมด้านขวาของประตู แต่โค้งเข้ามาแทงมุมทางด้านซ้ายเข้าประตูไป

“ลูกยิงของเขามีความเร็ว 80 ไมล์ (128 กิโล) ต่อชั่วโมง จากระยะ 27 เมตร และก็ขยับออกไปจากข้างๆกว่า 2 เมตร เพราะจำนวนการหมุน ตอนช่วงหลังมันลดความเร็วในทันทีเหลือ 42 ไมล์ (67 กิโล) ต่อชั่วโมง ก่อนที่จะลอดลงแล้วก็ทิ่มเข้าไปข้างบนของมุมประตู” ดร.คีธ ฮานท้องนา นักวิทยาศาสตร์ผู้เรียนรู้เบื้องหน้าเบื้องหลังลูกยิงดังที่กล่าวมาแล้วชี้แจง

อย่างที่ศ.จ.บลูมฟิลด์ชี้แจงไว้ข้างต้น การเตะลูกโค้งเป็นสิ่งซึ่งสามารถไม่ได้ทำยากเย็น แถมยังสามารถปรับใช้กับกีฬาอื่นๆอย่าง เทนนิส เบสบอล หรือแม้กระทั้งกอล์ฟได้ แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ เบ็คแฮมต่างไปจากผู้อื่นเป็นท่ายิงที่มีรูปทรงเฉพาะ

เนื่องจากว่าเบ็คแฮม เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD) ทำให้เขาเป็นคนค่อนข้างจะเจ้าระเบียบ ทุกสิ่งจำเป็นต้องจัดอย่างพอดี อย่างของในตู้แช่เย็น ก็จึงควรจัดให้มีปริมาณครบคู่อยู่ตลอด แล้วก็มันก็มีผลมาถึงการยิงฟรีคิก ที่มีต้นแบบการยิงที่อย่างเดิมทุกหนจนถึงเป็นเอกลักษณ์

David beckham

ขั้นตอนการยิงของเขาจะเริ่มจากการวางบอล แล้วถอยออกไปราว 6-7 ก้าว แล้วต่อจากนั้นจะจัดตนเองให้ยืนเฉเป็นมุม 45 องศา แล้วก็จะวิ่งเข้าพบบอลจากองศานี้เพียงแค่นั้น

ในจังหวะที่วิ่งเข้าพบบอลเขาจะไม่ใช้ความเร็วมากมาย รวมทั้งวางเท้าข้างไม่ถนัดให้ห่างจากบอลราว 5-6 นิ้ว ซึ่งในขณะดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเขาจะเหวี่ยงแขนข้างไม่ถนัดเป็นวงกลม เพื่อช่วยเพิ่มแรง โดยยืดแขนออกไปข้างหน้าก่อน และหลังจากนั้นก็ค่อยวาดแขนกลับมาข้างหลังในตอนที่เท้าสัมผัสกับบอล

ส่วนในระหว่างที่เท้าโดนบอล เขาจะบิดตัวเล็กน้อยเพื่อทำให้บอลลอยสูง รวมทั้งใช้ข้างเท้าข้างในสัมผัสบอลเพียงแค่นั้น แล้วต่อจากนั้นเมื่อเตะบอลไปแล้ว จะปลดปล่อยให้เท้าเขยื้อนตามลูกฟุตบอล ส่วนหัวเข่าจะหยุดการเคลื่อนไหว ในช่วงเวลาที่ไหล่แล้วก็ข้างหลังจะเอียงไปข้างหลัง และก็เมื่อลดแขนลดน้อยลงก็จะจบขั้นตอน

“นิ้วเท้าของเขาชี้ลง แล้วก็อยู่ห่างจากตัว มันราวกับนักบัลเลต์ แต่ว่าเขาอุตสาหะให้บอลอยู่รอบๆข้างเท้าข้างใน ซึ่งนี่เป็นความไม่เหมือนอย่างอย่างแจ่มแจ้ง แม้กระทั้งลูกครอสที่เขาเปิดให้เพื่อนพ้องร่วมกลุ่มโหม่งทำคะแนนก็ยังเป็นอย่างเช่นที่ว่า เพียงแค่มันสูงขึ้นยิ่งกว่าเดิมเพียงเท่านั้น”

“ความเป็นจริงก็คือการที่นิ้วเท้าชี้ลงส่งผลนำมาซึ่งความโค้งงอมากยิ่งขึ้น ไม่มีวันที่ผู้เฝ้าประตูจะหยุดมันได้ถ้ายิงได้อย่างแม่นยำ”

ด้วยแนวทางเตะที่เป็นเอกลักษณ์ รวมทั้งทรงอำนาจนี้ ทำให้นักฟุตบอลหลายท่านมานะเอาอย่าง หนึ่งในนั้น เป็น เซบาสเตียน ลาร์สสัน ที่ดังในสีเสื้อของซันเดอร์แลนด์ เขาใช้ลูกยิงของเบ็คแฮมเป็นต้นแบบ ก่อนปรับปรุงเป็นของตนเอง จนถึงเปลี่ยนเป็นยอดเยี่ยมในจอมเตะลูกนิ่งของพรีเมียร์ลีก

“ในยุคเด็ก คุณชอบเพียรพยายามเอาอย่างใครซักคน สำหรับผมจนถึงทุกวันนี้ ผมมีความรู้สึกว่าเขาคนนั้นเป็นเบ็คแคม ถ้าเกิดกล่าวถึงลูกตั้งเตะ เขาเป็นผู้ที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยได้เห็นมา”

“ผมมีความรู้สึกว่าส่วนหนึ่งส่วนใดเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากลักษณะทางร่างกายส่วน (ของเบ็คแคม) กระบวนการทำให้เท้าขวาอยู่ในตำแหน่งที่สมควร แล้วเท้าซ้ายตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหยเกมากมาย เอาเข้าจริงจัดว่าแปลก” คาร์เรกล่าวต่อ

“แต่ว่าพวกเรายังทราบเหตุว่าเขาฝึกหัดอย่างงี้ตลอดมาตั้งแต่เขายังเป็นนักเตะชายหนุ่ม เช่นเดียวกับที่ ไทเกอร์ วูดส์ ฝึกหัดลูกแบ็คสปินของเขากับลูกกอล์ฟ มันก็เลยเป็นแนวทางที่เกิดขึ้นจากการคิดให้ถี่ถ้วนมากมาย”

แต่ว่าเหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ทำให้เขาแปลงเป็นจอมเตะลูกฟรีคิกที่โลกจารึกก็ไม่ใช่อะไร แต่ว่าเป็นความรักในกีฬาบอลของตัวเขาเอง ที่ทำให้เขาตั้งใจสำหรับในการซ้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตะฟรีคิก ตั้งแต่อดีตกาลจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิตนักฟุตบอลอาชีพ

“ผมจะต้องเตะลูกฟรีคิกมาเป็นหมื่น หรืออาจจะเป็นแสนๆครั้ง ผมชอบออกไปสวนสาธารณะใกล้บ้าน วางลูกฟุตบอลลงบนพื้น และก็เล็งไปที่ลวดตาข่ายเหนือหน้าต่างของตึกของชุมชน” เบ็คแฮมกล่าวกับ Daily Mail

“เพียงพอบิดากลับมาจากดำเนินงาน พวกเราจะออกไปพบเสาประตูเล่นกัน เขาจะยืนอยู่ระหว่างผมกับประตู บังคับให้ผมเตะบอลให้โค้งใกล้ๆตัวเขา ผู้ที่คิดว่าจะต้องรู้สึกว่าพวกเราบ้าอย่างแน่แท้ พวกเราเล่นกันต่อหากแม้อาทิตย์จะตกดิน เล่นโดยใช้แสงสว่างที่มาจากหน้าต่างของบ้านบริเวณสนาม”

“ผมยังเล่นต่อตอนกลับมาบ้าน ผมมิได้รับอนุญาตให้เล่นบอลในบ้าน ผมก็เลยฝึกหัดเตะใส่ตุ๊กตาห่วงใยกางร์ของน้องสาวในห้องนอน แม่ของผมรู้สึกว่ามันตลกขบขัน แต่ว่ามันก็ทำให้เห็นว่าผมรักบอลแค่ไหน สำหรับผมอย่างไรก็น้อยเกินไป”

ทางเข้า TS911 อัพเดทล่าสุด 2019-2020

Spread the love
Tags : , , , , , , , ,
Leave Comment