สมัครบาคาร่า ts911

23savage : หนุ่มวัย17 ที่ออกจากโรงเรียนไปชิงแชมป์โลก Dota 2

14/07/2019 ts911hklen 212 views

เรื่องราวของ หนึ่งนรา ธีรมหานนท์ หรือ 23savage โปรเพลเยอร์เกม Dota 2 ของไทย ที่มีอายุแค่ 17 ปี ด้วยวัยเพียงเท่านี้เขารู้ได้อย่างไรว่า "เกม" คือธงแรกและธงเดียวในชีวิต และที่สำคัญที่สุดคือความหนักแน่นมากแค่ไหน ที่เขาทำให้คุณแม่ยอมสนับสนุนเส้นทางที่เขาเลือกเดิน

23savage

"ตอนเด็กๆ ทรี (23savage) เป็นเด็กเรียนเก่ง ไม่เคยกังวลเรื่องผลการเรียนของเขาเลยนะ เพียงแต่เขาไม่ค่อยทำการบ้าน" กินรา คุณแม่บังเกิดเกล้าของ ทรี - หนึ่งนรา กล่าว

อย่างไรก็ตาม เหล่าเด็กที่มีความสามารถพิเศษมักมีทางลัดเป็นของตัวเอง "ทรี" เองก็เช่นกัน หากไม่ว่ากันจนเกินจริง การเรียนถือว่าไม่ได้เป็นเรื่องยากสำหรับเขาหรอก เพียงแต่ว่าเขามีสิ่งอื่น ที่อยากจะทำมากกว่าเท่านั้นเอง

"ผมเป็นพวกไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่ชอบสอบมากกว่าครับ ตอน ม.1 ผมสอบเข้าได้ที่ 7 สอบเข้าตอนม.4 ผมได้ที่ 1" ทรี - หนึ่งนรา ยืนยันเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

สิ่งอื่นที่ “ทรี” สนใจ ไม่ใช่สิ่งที่น่าเซอร์ไพรส์อะไร การเล่นเกม คือ โลกอีกใบ ที่เด็กคนไหนก็ต้องหลงเสน่ห์ Dota ภาคแรกคือเกมยอดฮิตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และ “ทรี” เล่นมาตั้งแต่ 9 ขวบ จากคำชักชวนของพี่ชายแท้ๆของเขาเอง มันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ เพราะ ณ เวลานั้นเป็นช่วงน้ำท่วมปี พ.ศ. 2554 และบ้านของครอบครัวธีรมหานนท์ ก็เป็นหนึ่งในผู้ประสบภัย พวกเขาต้องย้ายไปอยู่ที่ชุมพร แบบชั่วคราว นั่นคือช่วงเวลาที่เขาได้ "ซัดกับเกม" แบบยาวๆ

เมื่อเริ่มเดินเตาะแตะในก้าวแรก และดูทำท่าจะตั้งลำได้ ทรี ลองหันมาเล่น HoN (Hero of Newerth) ก่อนกลับมาเล่น Dota 2 เกมที่สร้างจุดเปลี่ยนให้กับชีวิตของเขาเมื่อปี 2016 หรือราวๆ 2 ปีก่อน

ไม่มีเหตุผลว่าเขาเริ่มเล่นเก่งจากอะไรกันแน่ แต่สำหรับเกม Dota 2 นั้นมีเกณฑ์การแบ่งระดับผู้เล่นแบบให้เห็นภาพชัดเจน สิ่งนี้เรียกว่า MMR (Match Making Rating) ที่จะคอยบันทึกสถิติแพ้ชนะของผู้เล่นแต่ละคน ยิ่งชนะมาก ยิ่งฟอร์มดีมากเท่าไหร่ ค่า MMR ก็จะมากขึ้นเท่านั้น

ไม่มีการชี้วัดได้ตายตัวว่าผู้เล่นต้องมีค่า MMR เท่าไหร่ จึงจะเรียกว่า “เก่ง” ได้ แต่ในเหล่านักเล่นเกมตัวยงจะเข้าใจกันดีและมีเกณฑ์คาดการณ์กันเองว่า ค่าเฉลี่ยของผู้เล่นโดยปกติจะอยู่ที่ 3,000-4,000 ส่วนระดับผู้เล่นที่เป็นนักเเข่งนั้นจะอยู่ที่ 6,000-7,000 ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่แบ่งกันให้เห็นชัดเจนระหว่าง การเล่นแบบเอาสนุก และการเล่นเพื่อไปแข่งขันชิงรางวัล

แน่นอนว่าแรกๆ “ทรี” ไม่ได้เก่งกาจอะไร เขาเริ่มจากการเป็นผู้เล่นในระดับทั่วไป แต่ที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์คือ เขาไต่ระดับเร็วเกินคาด ผู้เล่นบางคนเล่นกันหลายปี แต่ค่า MMR ไม่ก้าวหน้านัก ต่างกับ “ทรี” ที่ก้าวกระโดดได้ในทันที

"เริ่มมาแรกๆ ผมไม่ได้เก่งครับ MMR ก็ยังน้อยๆ แต่พอผมเล่นไปเดือนเดียว MMR ของผมขึ้นมาเป็น 4,800" ทรี เล่าถึงช่วงการตั้งไข่กับเกม Dota 2

หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพพัฒนาการของทรี คงเป็นเหมือนนักเตะดาวรุ่งคนหนึ่งจากทีมชุดอคาเดมี่ ที่พอได้โอกาสลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ครั้งแรกเขากลับสามารถแสดงออกถึงศักยภาพอยู่ในระดับเล่นได้สบาย ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ ยิ่งเล่นยิ่งเห็นแวว ช่วงเวลาเพียงเดือนเศษๆจากการเริ่มเล่น เขาขยับเหนือมาตรฐานผู้เล่นทั่วไปอย่างง่ายดาย

23savage

ค่า MMR ของทรีพุ่งทะยานไม่หยุดจาก 4,000 เป็น 5,000 และจาก 5,000 เป็น 6,000 ทรี ขึ้นมาทาบรัศมีระดับเหล่านักแข่งอาชีพแล้ว เมื่อเก่งแบบนี้ก็ได้เวลาที่ต้องคุยกันหน่อย

"หลังจาก MMR ขึ้นมาเป็น 6,000 ผมก็ไปโพสต์ในกลุ่ม Dota 2 เลยครับ บอกว่าผมเก็บ MMR ได้ถึง 6,000 และนะ ที่ไปโพสต์ก็เพราะคึกครับ ผมอายุ 15 ปี เเต่เล่นได้ 6,000 ก็ถือว่าสูงมาก ซึ่งมันอยู่ในระดับเดียวกับนักเเข่งเเล้ว ผมก็ดีใจมาก"

อย่างไรก็ตามโลกของนักแข่งมันกว้างใหญ่นัก...เกมนี้จำเป็นต้องเล่นเป็นทีมเวิร์ค หนึ่งทีมมี 5 คน 5 ตำแหน่ง ไล่ตั้งแต่ตำแหน่งซัพพอร์ทเลน (ช่วยเลน) ซัพพอร์มโรม (ตัวเดินเกม) มิดเลน (ยืนตรงกลางเจอกับคู่แข่งตัวๆเลย) ออฟเลน (ตัวทำเกม) แคร์รี่ (ที่เปรียบเสมือนกองหน้า ตัวความหวังของทีม ตัวที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงเลทเกมหรือช่วงท้าย) สิ่งสำคัญ คือ ทุกคนจะต้องเล่นให้เข้าขารู้ใจกันเหมือนเป็นเนื้อเดียว ไม่ต่างจากทีมฟุตบอลทีมหนึ่ง ซึ่งนี่คือสิ่งที่ “ทรี” สอบตกสนิทเลยทีเดียว

“ทรี” ได้รับการชักชวนเข้าไปเล่นให้กับทีม Hashtag เขาตกลงทันที เพียงแต่ว่าฝันยังไม่ทันเริ่ม แค่อาทิตย์เดียวก็โดนไล่ออกจากทีมไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็มีทีมใหม่ติดต่อมา คือ Seth Gaming

การลงทีมแข่งแบบจริงๆจังๆ คือเรื่องใหม่สำหรับเขา ณ ตอนนั้นเขาเป็นเหมือนม้าหนุ่มที่กำลังคึกที่ถูกส่งลงเเข่งขันวิ่งระยะไกล เขามีแรง มีความมุ่งมั่น มีความดุดัน ทว่าเขาขาดสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นคือความเข้าใจและอ่านเกม ...สไตล์เดินหน้าฆ่ามันและ MMR ที่สูงจนโดดเด่นกลับไม่สามารถการันตีได้เลยว่า จะเป็นผู้เล่นที่ดีสำหรับการลงเเข่งขันในระดับอาชีพ

แม้จะผิดหวังแต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่ได้อะไรเลย เขารู้เเล้วว่าตัวเองยังขาดอะไร และสิ่งที่ควรจะทำหลังจากนี้คือการพัฒนาตัวเองให้มากขึ้นโดยเฉพาะเรื่องการอ่านเกมและประเมินสถานการณ์ จังหวะไหนควรเดิน จังหวะไหนควรถอย นี่คือศาสตร์ที่มีเสน่ห์ของเกม Dota 2 เพราะเหล่าผู้เล่นจะต้องมีเกมจิตวิทยาไปพร้อมๆกับการมีฝีมือด้วย ทุกการเผชิญหน้ากับคู่แข่ง พวกเขาจะหยั่งเชิงกันจนถึงไคล์แม็กซ์ และหากผู้เล่นคนไหนเสียเหลี่ยม นั่นเท่ากับว่าโดมิโน่ตัวแรกได้ล้มลงไปแล้ว เหตุการณ์ที่มักจะเกิดขึ้นหลังจากนั้นคือการ "เครื่องรวน" จนที่สุดก็ต้องตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปตามท้องเรื่อง

ฝีมือที่เก่งขึ้นทำให้ “ทรี” ได้รับการชักชวนกลับสู่ทีม Hashtag อีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้โจทย์เก่าที่เคยไล่เขาออกไม่ได้อยู่ในทีมแล้ว “ทรี” กลับมาเล่นได้ดีขึ้น เป็นทีมมากขึ้น ทว่า 1 เดือนหลังจากนั้นเขาก็ต้องออกจากทีมอีกครั้งด้วยเหตุผลของความเข้าใจผิด

การโดนเตะออกและไร้ทีมสังกัดทำให้ “ทรี” รู้ว่าวงการ อีสปอร์ตส์ นั้นมีการแข่งขันกันสูงและมีความโหดร้ายซ่อนอยู่ วันใดก็ตามที่ไม่พัฒนา ก็มีโอกาสตกจากสวรรค์ได้เช่นกัน แม้จะเป็นผู้เล่นที่เก่งกาจก็ตาม

ในเกมตัดสิน Team Jinesbrus ที่มี 23savage เล่นตำแหน่งแคร์รี่ ตำแหน่งสำคัญที่สุดของทีม สามารถกุมความได้เปรียบทั้งจำนวนการฆ่าศัตรูและทรัพยากร ทว่าจะด้วยประสบการณ์รวมของทีมที่น้อยกว่า หรือความหุนหันพลันแล่นไปหน่อยก็ตามแต่ กลับกลายเป็นว่า Mineski พลิกสถานการณ์กลับมาได้เปรียบ เริ่มจากทรัพยากร และฆ่าฮีโร่ของ Team Jinesbrus อย่างต่อเนื่องจนแทบไม่เหลือตัวสู้ ... ที่สุดแล้ว Mineski ก็คว้าชัยในเกมสุดท้ายได้ไป TI9 ส่วน Team Jinesbrus ต้องพลาดหวัง ทำเอา 23 Savage ถึงกับหลั่งน้ำตา

Spread the love
Tags : , , , , , , , , , , , ,
Leave Comment