สมัครบาคาร่า ts911

เอ็ดวิน วาเลโร่ : นักชกปีศาจรัฐบาลเวเนซูเอล่า

24/07/2019 ts911hklen 151 views

นี่เป็นเรื่องราวของ เอ็ดวิน วาเลโร่ นักต่อยจากสลัมที่แปลงเป็นวีรบุรุษของชาวเวเนซูเอล่า มีชีวิตที่น่าอิจฉา และก็เปลี่ยนเป็นคนโปรดของผู้นำ องค์การอนามัยโลกเก๋ ชาเวซ ในวันที่เขามีทุกสิ่งเขากลับดำเนินชีวิตแบบแปรไปเป็นคนละคนโดยที่เขาไม่รู้ตัว

เอ็ดวิน วาเลโร่

ก่อนที่จะอนาถารวมทั้งเจอกับปัญหาเศรษฐกิจราวกับขณะนี้ เวเนซูเอล่า เคยเป็นประเทศที่ร่ำรวยมาก่อนจากการค้าน้ำมันดิบ, สมัคร SA gaming, แม้กระนั้นถึงแบบนั้นครอบครัว เอ็ดวิน วาเลโร่ ก็ยังมีชีวิตที่ไม่มีความต่างไปจากชาวเวเนซูเอล่าช่วงปัจจุบัน โน่นเป็นจำเป็นต้องทำทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเพื่อหารายได้มาซื้อของกินมาวางอยู่บนโต๊ะสำหรับมื้อเย็น

เอ็ดวิน กำเนิดที่ โบเลร่า อัลโต้ ที่อยู่ของครอบครัวเขาจะเรียกว่าบ้านคงจะผิดนักเนื่องจากมันมีห้องสองห้องที่ถูกปรับไปเป็นห้องนอนทั้งผองเพราะว่าครอบครัวนี้มีลูก 4 คน เคราะห์ซ้ำบาปซัดในขณะที่ เอ็ดวิน อายุ 7 ขวบ บิดารวมทั้งแม่ของเขาจำต้องแยกทางกันอีก ซึ่งเขาชอบชี้แจงถึงตนเองในวัยเด็กเสมอว่า "ผมมิได้เติบโตมาแบบคนเดินดิน"

เอ็ดวิน จำเป็นต้องลาออกจากสถานศึกษาตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เพื่อมาช่วยแม่ดำเนินการเป็นคนล้างถ้วยชามและก็เก็บผลไม้ แต่ว่าถึงอย่างงั้นแม่ 1 คนก็เลี้ยงลูกอีกทั้ง 4 คนไม่ไหวอยู่ดี เอ็ดวิน จะต้องมาหางานประจำทำรวมทั้งเปลี่ยนเป็นบุคลากรซ่อมแซมรถจักรยาน ซึ่งจุดนั้นเองที่ทำให้เถ้าแก่มองเห็นแววนักสู้ในตัวเขา ทั้งที่เจ้าตัวไม่เคยออกหมัดใส่คนใดกันแน่เลย

ว่ากันว่าดวงตาของ เอ็ดวิน วาเลโร่ ไม่เหมือนกับเด็กอายุ 10 กว่าขวบอย่างชัดเจน ดวงตาของเขาไม่มีซึ่งอารมณ์ใครกันแน่มองเห็นก็จำต้องกลัว รวมทั้งยังเป็นผู้ที่หลบซ่อนความนิสัยเสียไว้ภายในตัว ซึ่งตัวของเถ้าแก่นั้นเป็นอดีตนักมวยมาก่อน เขามองเห็นแววแล้วก็บอกให้ เอ็ดวิน ไปเข้าโรงยิมของ ออสการ์ ออร์เตก้า นักต่อยชาวเวเนซูเอล่า เพราะว่าต้องการให้เขาได้เอาความไม่แยแสและก็กระด้างในตัวมาใช้ในทางบวกมากยิ่งกว่าจะปลดปล่อยไว้ให้เป็นอันธพาลและก็ตายในตาราง

เพียงแค่ได้ทดลองต่อยทุกสิ่งก็เริ่มอย่างเร็ว เอ็ดวิน ปราบนักมวยในระดับสมัครเล่นจนกระทั่งหมดจดตับ สิ่งที่เป็นของขึ้นชื่อลือนามของเขาเป็น "เซาธ์เพียงพอว์" หรือมวยซ้ายที่หนักสุดๆเขาเป็นศิลปินที่แวดวงมวยสมัครเล่นของ เวเนซูเอล่า จวนเจียนเกือบจะได้ไปแข่งในโอลิมปิกปี 2000 มาแล้ว เพียงไปแพ้กับนักต่อยรุ่นพี่อย่าง วัลเดภรรยาร์ เปเรย์ร่า เพียงแค่ 5 คะแนนแค่นั้น สถิติในระดับสมัครเล่นของเขาเป็น 86-6 รวมทั้งน็อคเอาต์ไปทั้งสิ้น 57 ไฟต์ ก่อนที่จะได้เซ็นสัญญากับค่าย "โกลเดน บอย" ของ ออสการ์ เดอ ลา โฮคุณย่า

ภายหลังเทิร์นโปรแล้ว เอ็ดวิน แปลงเป็นดาวดวงใหม่แล้วก็ฉายแววโดยทันที เขาต่อย 8 ไฟต์แรกในอเมริกาใต้ ก่อนที่จะขยับขยายมาต่อยในอเมริกา ผลปรากฎว่าข้างหลังผ่าน 12 ไฟต์ เอ็ดวินเอาชนะได้ทั้งปวงที่สำคัญเป็นการชนะแบบน็อคเอาต์ชูแรกทุกไฟต์ด้วย สื่อรุ่นใหญ่อย่าง ดั๊ก ฟิสเชอร์ จากแมกกาซีนมวย "เดอะ ริง" บอกความหมายว่า "น็อคเอาต์ พบร์นี่ย์แมน" (จอมน็อคเอาต์ร่อนเร่) ช่วงเวลาที่ เฟร็ดดี้ โร้ช เทรนเนอร์โด่งดังของ แมนนี่ ขว้างเกียว ก็มีความคิดเห็นไปในทำนองเดียวกันว่า "เขาบางครั้งก็อาจจะช้าไปหน่อย แม้กระนั้นเรื่องความหนักนี่ไม่จำเป็นต้องห่วง อันนี้ผมเห็นด้วยเลย"

สิ่งต่างๆเป็นแบบนั้นตามที่เหล่าฉันรูคาดเดา เอ็ดวิน วาเลโร่ ขึ้นสังเวียนทุกคราว ชนะทุกคราว และก็น็อคคู่แข่งขันทุกคราว ที่สำคัญเป็นการน็อคแต่ละครั้งเกิดขึ้นในชูแรกเสมอ มันเป็นแบบนี้ต่อเนื่องกันถึง 18 ไฟต์ แล้วอย่างงี้ความดังจะไปไหนเสีย

เอ็ดวิน วาเลโร่

การไล่น็อคคู่แข่งขันแบบไม่ยั้ง ครองแชมป์โลก 2 สถาบันทั้งยังรุ่นซูเปอร์เฟคุณร์เวตของ WBA รวมทั้ง รุ่นไลท์เวตของ WBC ทำให้ชื่อของ เอ็ดวิน วาเลโร่เริ่มเป็นที่เอ่ยถึงว่าบางครั้งก็อาจจะเป็นว่าที่คู่ปรปักษ์ของโคตรมวยที่สมัยอย่าง แมนนี่ ขว้างเกียว แล้วก็ ฟอลยด์ เมยเวทคุณร์ จูเนียร์ ซึ่ง ณ เวลานั้นขว้างเกียวเป็นแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวตของ WBO พ่วงสายรัดเอวแชมป์โลกไลท์เวลเตอร์เวตของ IBO ในเวลาที่ฟลอยด์เป็นเเชมป์โลกรุ่นไลท์มิดเดิลเวตของ WBC และก็รุ่นเวลเตอร์เวตจาก WBC และก็ IBA หากแม้สองผู้ที่กล่าวมาจะอยู่ในพิกัดสูงขึ้นมากยิ่งกว่า แต่ว่าแวดวงมวยรู้กันว่า ทำน้ำหนักเพิ่มขึ้นไปฟัดได้

เอ็ดวิน ถูกเรียกว่า "เอล ดินาไม่เต้" ที่แสดงว่าระเบิด ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นขวัญใจของชาว เวเนซูเอล่า รวมทั้งแน่ๆว่าเมื่อโด่งดังและก็คำบอกเล่าของเขามีพลังพอที่จะสามารถโน้มน้าวราษฎรในประเทศได้ เอ็ดวิน ก็เริ่มได้รับหน้าที่ใหม่ในชีวิต ที่นอกเหนือจากการที่จะมีชื่อรวมทั้งทรัพย์สินแล้ว เขากำลังจะเปลี่ยนเป็นนักมวยที่มีผลกระทบจากการหนุนข้างหลังของรัฐบาลเวเนซูเอล่า

องค์การอนามัยโลกโก้เก๋ ชาเวซ ผู้นำของเวเนซูเอล่า 4 ยุคหัวหน้าแนวความคิด "สังคมนิยมในศตวรรษที่ 21" โดยเน้นย้ำไปที่หลักการประชาชนเมืองอย่างรวบหน่วยงานราชการวิสาหกิจให้เข้ามาเป็นของเมืองทั้งปวง เพิ่มงบประมาณทางการศึกษาแล้วก็สาธารณสุขมากขึ้น สำคัญที่สุดเป็นรัฐบาลของ ชาเวซ นั้นลือชื่อหัวข้อการปลูกฝังความนึกคิดให้ประชากรทราบดีว่า เวเนซูเอล่า เป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่และไม่จำเป็นที่จะต้องกลัวคนไหน ชาเวซ ก็เลยชอบใช้ถ้อยคำจู่โจมรัฐบาลสหรัฐฯเสมอแล้วก็โน่นทำให้เขาโดนจับตาจากสังคมโลก แม้กระนั้นในประเทศนั้นเขาเป็นขวัญใจชั้น 1 อย่างแท้จริง

เนื่องจากแผนการแต่ละอย่างของ ชาเวซ เป็นแนวทางประชากรนิยม ด้วยเหตุดังกล่าวการได้นักกีฬาขวัญใจคนภายในประเทศอย่าง เอ็ดวิน วาเลโร่ก็เลยเป็นการติดอาวุธในทางความชื่นชอบของรัฐบาลเวเนซูเอล่าไปโดยปริยาย

สิทธิพิเศษที่ ชาเวซ มอบให้ เอ็ดวิน เป็นไม่ว่าจะไปไหนมาไหนเขาจะมีบอดี้การ์ดเดินประชิดข้างราวนักการเมืองที่โด่งดัง เงินช่วยเหลือทุนในชัยแต่ละไฟต์ และก็อะไรต่อมิอะไรที่ยังมิได้เผยอีกเยอะแยะ โน่นทำให้ เอ็ดวิน เชื่อถือ ชาเวซ ในฐานะลูกพี่คนหนึ่ง

เขาเคยสวมกางเกงที่มีรอยปักรูปชาเวซและก็มีภาษาอังกฤษว่า "ตลอดกาล" (Forever) รวมทั้งภายหลังเปลี่ยนเป็นคนรู้จักมักคุ้นของผู้นำ เอ็ดวิน ก็สักรูปธงชาติเวเนซูเอล่าที่กึ่งกลางอกรวมทั้งมีบริเวณใบหน้าของ ชาเวซ วางไว้กึ่งกลางธงชาติด้วย

สิ่งที่ตามมาต่อไปมีอีกทั้งแง่บวกรวมทั้งแง่ร้าย เอ็ดวิน ได้ถูกพูดถึงในฐานะผู้มีอำนาจของ เวเนซูเอล่า ครอบครัวของเขาได้รับการเกื้อกูลจากรัฐบาลเสมอ แม้กระนั้นในด้านลบเป็นเมื่อเขาแสดงออกถึงความเป็นกลุ่มเดียวกับ ชาเวซ ที่ต้านรวมทั้งกล่าวถึงรัฐบาลอเมริกาขนาดนั้น ก็เลยทำให้มีการเดากันว่านั่นเป็นเหตุผลที่เขาแทบมิได้ต่อยบนเวทีใหญ่ในอเมริกาอีกเลย ซึ่งมันมองเกิดเรื่องที่สวนกับสถิติไม่มีปราชัย ชนะทุกไฟต์ แล้วก็น็อคเอาต์ทุกไฟต์อย่างแท้จริง

ข้อเท็จจริงแล้วเขาใกล้การต่อยกับ แมนนี่ ขว้างเกียว ในเวทีใหญ่อย่าง ลาส เวกัส หรือ เมดิสัน สแควร์ การ์เด้น แม้กระนั้นเขาถูกกัดกันด้วยเหตุผลของความปลอดภัยจากสุขภาพ เนื่องจากในตอนปี 2001 เขาเคยเข้าผ่าตัดสมองจากเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม ซึ่ง เอ็ดวิน ไม่เชื่อว่านั่นเป็นเหตุผลที่จริงจริง

"มันคงดีหากได้ต่อยเวทีใหญ่อย่าง เวกัส บ้าง แม้กระนั้นช่างเหอะ มันไม่ใช่เวทีเดียวในโลกเสียเมื่อไร เวทีในประเทศอื่นๆก็สามารถจัดแมตช์ชิงชนะเลิศโลกใหญ่ๆได้ราวกับอเมริกานั่นแหละ ผมต้องการพบคู่ต่อยระดับบิ๊กเนม ผมว่ามันถึงเวลาแล้ว เดี๋ยวนี้ผมรอคอยไม่ไหวจริงๆผมมีความคิดว่าจุดพีกของผมเป็น ณ เวลานี้ล่ะ" เอ็ดวิน วาเลโร่ เอ่ยถึงการได้โอกาสได้ต่อยกับ ขว้างเกียว แต่ว่าในที่สุดมันก็ไม่เกิดขึ้น

Spread the love
Tags : , , , , , , , ,
Leave Comment