สมัครบาคาร่า ts911

เคอร์ลอน : โด่งดัง และ ล้มเหลวด้วยท่าเลี้ยงบอล

13/11/2019 ts911hklen 110 views

ย้อนกลับไปสัก 15 ปีกลายที่ YOUTUBE พึ่งจะเริ่มบูมรวมทั้งมีเหล่ามือตัดคลิปบอลงามๆอัปโหลดให้แฟนคลับทั้งโลกได้ดู เมื่อนั้นความคิดเห็นของคอบอลก็เปิดกว้างแบบไม่รู้จักจบสิ้น แน่ๆว่าถ้าคนใดที่ทันในสมัยนั้นจึงควรได้มองเห็นคลิปของ 1 ในนักฟุตบอลที่ดังมากมายในยูทูบที่ชื่อว่า เคอร์ลอน เด็กระเบิดจากบราซิล ที่ลงเล่นในศึกชิงชนะเลิศอเมริกาใต้รุ่นยู 17 ด้วยการนำกลุ่มได้แชมป์แล้วก็ยิง 8 ประตูจาก 7 เกมที่ลงไปในสนาม

เคอร์ลอน

ศึกชิงชนะเลิศทวีปอเมริกาใต้รุ่นยู 17 เป็นเวทีที่สร้างยอดความสามารถและก็เปลี่ยนเป็นลำแข้งระดับนานาชาติมาแล้วเยอะมาก ลิโอเนล เมสซี่, โรนัลโด้, โรนัลดินโญ่ หรือไม่ว่าใครที่คุณคิดออก ล้วนมีจุดเริ่มที่บอลเด็กแบบงี้ทั้งหมด

การจะมองว่าเด็กผู้ใดกันแน่มีแววในรายการแบบนี้นั้นง่ายดายมากเลย แนวทางในการดูแบบผู้ชมบ้านๆมีอยู่ 2 แบบงั้นเป็น 1. ทำประตูย่อยยับ 2. สะดุดตามากกว่าผู้ใดกันในสนามอย่างชัดเจน แล้วก็ 3. มีติดอยู่แร็คเตอร์ที่ดูแว่บแรกก็นึกออกโดยทันที ซึ่งทั้งยัง 3 อย่างงั้นมีอยู่ในตัวของ

หัวข้อนี้ย้อนไปตอนปี 2005 ที่เขาถูกเรียกติดกลุ่มชาติบราซิลชุดยู 17 เคอร์ลอนในเสื้อเลขลำดับ 20 เป็นทั้งหมดทุกอย่างของกลุ่ม เขาทำ 8 ประตูจาก 7 เกมที่ลงไปในสนามครอบครองรางวัล MVP ประจำทัวร์นาเมนต์แล้วก็ส่งให้ บราซิล เป็นแชมป์รายการนี้เป็นยุคที่ 7

ดาวรุ่งอายุเพียงแค่ 17 ปี ความสูง 167 ซม. ผมสีดำเข้ม ได้สมญานามว่า "นิว โรนัลดินโญ่" ในทันทีภายหลังการประลองนั้นจบลง เขาเดินทางกลับไปยังสังกัดเดิมอย่าง อาจารย์ไซโร่ และก็ถูกดันขึ้นกลุ่มชุดใหญ่ในอีกไม่นาน เมื่อนั้นชีวิตค้าลำแข้งของเขาก็ไม่สงบอีกเลย

ทุกสมาคมใหญ่ทั่วยุโรปส่งแมวมองผ่านฟ้าผ่านสมุทรมายัง บราซิล เพื่อบากบั่นปิดดีลนี้ล่วงหน้าให้ได้ ด้วยเหตุว่านักฟุตบอลบราซิลจะยังย้ายออกมาเล่นเมืองนอกมิได้แม้อายุยังไม่ถึง 18 ปี แม้กระนั้นเวลานั้นไม่รออยู่ เรอัล มาดริด, แมนฯ ยูไนเต็ด, ยูเวนเหม็นตุส รวมทั้งกลุ่มฯลฯอยากได้ลายเซ็นของเขาล่วงหน้า เพราะว่าถ้าพลาดไป ทุกคนมั่นใจว่าควรต้องเศร้าใจที่ไม่พากเพียรคว้าเพชรเม็ดสวยเม็ดนี้

สิ่งที่ เคอร์ลอนเพียรพยายามใช้มาตลอดเมื่อได้ลงในสนามเป็นท่า "ซีล ดยึดเบิ้ล" แม้เขาแงะบอลขึ้นมาเอาหัวโหม่งรวมทั้งเลี้ยงไปด้านหน้าได้ มันก็ยากที่จะหยุด ทุกการใช้ท่านี้หนึ่งครั้งเขาจะช่วยทำให้กลุ่มพาบอลรับประทานดินแดนไปได้ประมาณ5-10 เมตรเป็นขั้นต่ำ รวมทั้งถ้าเกิดคนใดจะหยุดเขาจำต้องเตะคนให้ตกสถานที่เดียว

ในตอนที่ยังเป็นบอลเด็กชุดยู 17 หรือในกลุ่มระดับเยาวชนของชมรม เต็มกำลังก็แค่ฟาวล์และก็กลุ่มของเขาได้ฟรีคิกมันก็แค่นั้น แม้กระนั้นเมื่อขึ้นชุดใหญ่ ท่า "ซีล ดยึดเบิ้ล" ของเขาจะต้องถูกพิสูจน์ด้วยอะไรที่มากกว่านั้นมากมาย

ฝั่งตรงข้ามเป็นผู้ใหญ่แก่กว่า สุขภาพดีกว่า แน่ๆว่าการได้มองเห็นเด็กเมื่อวานซืนพึ่งขึ้นรุ่นแงะบอลขึ้นมาไว้บนหัวแล้วก็วิ่งยั่วให้ท่านสกัดฟาวล์ เป็นอย่างไรที่ไม่เชิญชวนให้ถูกใจเป็นอย่างยิ่ง และก็เมื่อตรงนี้เป็น บราซิล ด้วยแล้ว ถ้าจะฟาวล์ทั้งทีก็จำเป็นต้องซัดหนักจัดให้คุ้มทื่จะเสียใบเหลืองหรือใบแดง

แรกๆนั้นมันยังไม่ร้ายแรงมากมายสำหรับการตัดฟาวล์แต่ละครั้ง จนกว่าในที่สุดมันเป็นใจความสำคัญครั้งใหญ่ในแวดวงบอลบราซิล มันเกิดขึ้นในเกมดาร์บี้แมตช์ ระหว่าง แอตเลว่ากล่าวโก ไม่ไนโร่ กับ อาจารย์ไซโร่

เกมดุเดือดเลือดพล่านตามประสาเกมดาร์บี้ แต่ว่าทุกสิ่งอยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงอย่างดีเยี่ยม จนถึงในช่วงท้ายเกมที่ อาจารย์ไซโร่ นำเจ้าของบ้านอยู่ 4-3 แล้วก็เคอร์ลอนตกลงใจเอาท่าหมัดเด็ดของเขาออกมาใช้ ซึ่งวัตถุประสงค์สำหรับเพื่อการใช้ "ซีล ดยึดเบิ้ล" คราวนี้ไม่ใช่แค่การลุ้นทำแต้มอะไร แม้กระนั้นมันเป็นการนำบอลเข้ามุมรวมทั้งทำให้เสียเวลาตามประสาบอลนำ

ลำพังเพียงแค่เลี้ยงบอลเข้ามุมธงกลุ่มที่ตามหลังก็หัวร้อนจะห่วย แม้กระนั้นนี่เป็นเด็กอายุ 17 ปี ที่พาบอลเข้ามุมด้วยการเลี้ยงบอลไว้บนหัวแล้วก็วนไปวนมาเพื่อคอยคนมาทำฟาวล์ จริงอยู่ที่มันไม่ผิดข้อตกลง แม้กระนั้นสำหรับลำแข้ง ไม่ไนโร่ พวกเขามีความคิดว่า "นี่มันเกินความจำเป็น"

กองหลังของ ไม่ไนโร่ ที่ชื่อว่า วัวเอลโญ่ มานะจะเข้าไปชนจากข้างหลังในคราวแรก แต่ทว่า เคอร์ลอนก็ยังขืนตนเองไว้ได้และไม่ยอมหยุดใช้ท่านั้นกระทั่ง วัวเอลโญ่ โกรธถึงระดับสูงสุด เขาเตะใส่ เคอร์ลอนแบบเต็มๆมันเป็นการประจันหน้าในลักษณะของ "บอลอยู่ไหนไม่รู้จัก แต่ว่าคนจำต้องหล่น" ซึ่ง เคอร์ลอนก็หล่นจริงๆถึงในช่วงเวลานั้นเกมในสนามเดือดถึงขีดสูงสุด เมื่อผู้เล่นไม่ไนโร่วิ่งเข้มาาดึงเขาลุกจากพื้นรวมทั้งพากเพียรตะคอกกล่าวว่า "อย่างงี้มันดูถูกเกินความจำเป็น"

การประจันหน้าคราวนั้นทำเกมหยุดไป 5 นาทีเต็มๆผู้เล่นสองฝั่งทะเลาะวิวาทแล้วก็กระทบกระทั่งกันจนถึงในที่สุดเกมกลับไปสู่เหตุการณ์ธรรมดา ส่วน วัวเอลโญ่ นั้นโดนใบแดงโดยตรงออกมาจากสนามไป

แต่เหตุไม่จบเพียงแค่ในสนามและก็ผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขัน 4-3 เนื่องจากภายหลังจากเกมจบลง คนใหญ่โตรวมทั้งสื่อในบราซิลต่างพากันกล่าวถึงเรื่องนี้กันอย่างเผ็ดร้อน เอฟเอ ของบราซิล มีคำบัญชาแบน วัวเอลโญ่ โดยทันที 4 เดือนฐานตั้งใจรังควานเพื่อนฝูงร่วมอาชีพ แต่ว่าการลงทัณฑ์นั้นมิได้ทำให้เขาสำนึก

"ผมเป็นไปไม่ได้ข่มใจไหวแน่ถ้าเกิดพบคนเลี้ยงบอลด้วยหัวอย่างงี้ ผมเพียงแค่ต้องการให้เด็กโน่นทราบดีว่าเมื่อกลุ่มของคุณกำลังจะแพ้และก็พบอะไรอย่างนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่น วิถีเดียวที่จะหยุดมันได้เป็นจำต้องเอาไหล่ชนไหล่เอาให้ตก แต่ว่าที่ผมทำมันเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของบอล และก็มันเกิดขึ้นไปแล้ว" วัวเอลโญ่ กล่าว

เสียงของคนบอลในบราซิลแตกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งแรกเป็นฝั่งที่กล่าวว่าแม้กระทั่ง เคอร์ลอนจะเลี้ยงท่าแมวน้ำวนไปรอบสนาม เขาก็ไม่สมควรโดนเล่นนอกข้อตกลงแบบตั้งมั่นให้เจ็บตัว ด้วยเหตุว่าข้อตกลงเจาะจงไว้แจ่มแจ้งว่าการเลี้ยงบอลอย่างงี้ถูกตามกฎอย่างไม่อ้อมค้อม

เตะเท่านั้นที่หยุด เคอร์ลอน ได้

เคอร์ลอน

ส่วนอีกเสียงก็กล่าวว่าเหมาะแล้ว การโดนเตะคราวนี้จะเป็นการสอนให้ เคอร์ลอน ที่อายุเพียงแค่ 17 ปีทราบดีว่าโลกบอลของแท้มันเป็นเยี่ยงไร เป็นไปไม่ได้ที่มันจะง่ายราวบอลเด็กที่เขาเพียงแค่แงะบอลขึ้นหัว และก็ต่อจากนั้นก็เข้าไปเรียกฟาวล์ให้กับกลุ่มพร้อมยืนขึ้นมาเล่นต่อบ่อยๆอย่างนี้ไม่สิ้นสุด

"มันตั้งอกตั้งใจยั่วกันชัดๆ" จอร์จินโญ่ ตำนานนักฟุตบอลชุดแชมป์โลกปี 1994 ที่ ณ ตอนปี 2006 เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของกลุ่มชาติบราซิลชุดใหญ่เลือกข้างเหมาะสมโดน "มันยากนะที่จะไม่หงุดหงิดเมื่อมีคนมาทำอะไรแบบงี้ใส่คุณ เคอร์ลอน ยังอายุน้อยแล้วก็มีอีกหลายสิ่งที่เขาจะต้องทำความเข้าใจ"

ตอนที่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟของกลุ่ม ฟลูไม่เนนเซ่ อย่าง ฝ่าส์ อัลกางร์โต้ ก็บอกไปในทำนองเดียวกัน รวมทั้งช่วยเหลือฝั่ง วัวเอลโญ่ ที่โดนแบนว่า ถ้าเกิดเขาโดน เคอร์ลอนเลี้ยงท่าแมวน้ำใส่ราวกับที่ วัวเอลโญ่ โดน ผลสรุปอาจออกมาไม่แตกต่างกัน ดีไม่ดีจะรุนแรงมากกว่าที่ วัวเอลโญ่ ทำด้วยไป

แม้กระนั้น เคอร์ลอนไม่เคยหยุดใช้ท่านั้น ถึงแม้ว่าจะจำต้องเจ็บตัวเขาก็จะทำเนื่องจากมันเป็นท่าที่ยากจะหยุดได้ ซึ่งส่วนนี้มีอดีตกาลนักฟุตบอลกลุ่มชาติบราซิลหรือนักวิพากษ์วิจารณ์คนไม่ใช่น้อยมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกับเขาว่า กรุ๊ปต้านทานประพฤติตัวเสมือนพวกโทรศัพท์เคลื่อนที่สากปากรักษาศีล พูดอีกนัยหนึ่งทุกคนติดอกติดใจแล้วก็กระหยิ่มใจเมื่อมีคนพูดว่า "บราซิลเป็นประเทศที่เล่นบอลด้วยเคล็ดลับที่งดงามที่สุด" แต่ว่าเพียงพอ เคอร์ลอนโชว์เคล็ดลับที่ไม่มีผู้ใดทำ ทุกคนกลับรุมดุเขาทั้งที่เขาเป็นผู้ที่จะต้องเจ็บตัว

"บอลของบราซิลบรรลุเป้าหมายอย่างดีเยี่ยมทำไม? ใช่เราเป็นนักแสดงลูกหนังไม่ใช่พวก 'บอลอันธพาล' ที่เตะประชาชนเขาเป็นสิ่งเดียว พวกเราปรารถนาคนอย่าง เคอร์ลอนที่ลงเล่นอย่างกับเป็นนักแสดงที่โชว์ศิลป์บนสนาม" หฝ่าส์ แฟร์นันโด โกเมส ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว Lance ในบราซิลเอ๋ยถึง

เคอร์ลอน ย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ในตอนปี 2008 แต่ว่าโดนส่งให้กับ คิเอโอ้อวด เวโรทุ่งนา ยืมตัว เนื่องจากช่วงนั้น อินเตอร์ มีปัญหานักฟุตบอลต่างประเทศเกินโควต้า ก็เลยจำต้องฝากเลี้ยงไว้ที่ คิเอโอ้อวด ก่อนราวกับที่พวกเขาเคยฝาก องค์การอนามัยโลกลิโอ เซซาร์ และก็ วิคเตอร์ โอบินน่า ไว้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา และก็ผู้ที่จัดแจงเรื่องดังที่กล่าวผ่านมาแล้วให้เป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ใช่ผู้ใดกันไหน ไม่โน่ ไรโอล่า เอเย่นต์มือ 1 ของแวดวงบอลที่เป็นเจ้าพ่อที่การเจรจาต่อรองนั่นเอง

ข้อโต้เถียงเยอะมากที่ บราซิล ไม่มีสาระเลยที่จะเอามากล่าวถึงที่ อิตาลี เพราะเหตุว่า เคอร์ลอนกับ"ซีล ดยึดเบิ้ล" ที่แฟนคลับต้องการมองเห็น เกือบจะไม่เคยปรากฎเลย (เหตุเพราะไม่มีคลิปวีดีโอที่ใช้ท่านี้ยุคค้าลำแข้งในอิตาลีหากแม้เพียงแค่คลิปเดียว) จริงอยู่เขาบางครั้งก็อาจจะเคยใช้มันบ้างในสนามฝึกซ้อม แม้กระนั้นท้ายที่สุดแล้วคำตอบที่ออกมาคงจะใช้คำว่า "ไม่ได้เรื่อง" ด้วยเหตุว่าในปีแรกเขาได้ลงเล่นให้ คิเอโว่ เพียงแค่ 4 เกมแค่นั้น ตราบจนกระทั่ง อินเตอร์ แต่ง โชเซ่ มูรินโญ่ คุมกลุ่มในปี 2009 ตัวของ เคอร์ลอนก็เลยได้กลับมาพิสูจน์ตนเองกับสังกัดเดิมจริงๆ

เมื่อกลับมายัง อินเตอร์ เขาได้ฝึกซ้อมกับนักฟุตบอลสุดยอดมากมายก่ายกอง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, ฮาเวียร์ ซาเน็ตติเตียน, เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ รวมทั้ง มาร์โก มาเตร์รัซซี่ ที่เป็นกลุุ่มผู้เล่นเบอร์ใหญ่ที่สุดที่เขาเคยพบ สำหรับ เคอร์ลอน แล้วเขาไม่ได้อยากต้องการมาให้คนใดมาบอกเขาว่าท่า "ซีล ดยึดเบิ้ล" มันเป็นสิ่งที่ถูกหรือไม่ถูก แต่ว่าเขาได้ทราบว่าเมื่อจำต้องมาเล่นในเกมบอลชั้นสูง ความถนัดนี้เกือบจะไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะนำออกมาใช้ราวกับที่เล่นในกลุ่มเยาวชนยู 17 หรือในตอนที่ค้าหน้าแข้งในลีกบราซิล

"ผมได้ไปทัวร์กับ อินเตอร์ ในตอนปรีฤดูกาลที่ มูรินโญ่ เข้ามา แต่ว่าพูดขวานผ่าซากผมไม่เคยพากเพียรที่จะเลี้ยงบอลด้วยหัวเลยแม้กระทั้งครั้งเดียว ทุกคนในสนามตัวสูงใหญ่ราวกับยักษ์ มันเกือบจะไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะใช้ 'ซีล ดยึดเบิ้ล' ผมลองคิดดูมองถ้าหากผมใช้มันขึ้นมาใส่กองหลังอย่าง มาเตร์รัซซี่ เขาคงจะชนผมกระเด็นขึ้นฟ้าปานว่าผมบินได้เลยล่ะ"

สิ่งที่น่าผิดหวังเป็นเขามิได้บรรลุเป้าหมายมากมายก่ายกองนัก รวมทั้งในตอนที่มาเล่นในยุโรปก็เกือบจะไม่มีผู้ใดจำเขาได้อีกเลย เมื่อท่าเลี้ยงแมวน้ำไม่อาจจะแงะออกมาใช้ได้ ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างก็จบนั่น

เคอร์ลอน พบกับทางค้าลำแข้งที่ผิดหวังมาตลอด แทบจะไม่มีที่แหน่งใดที่เขากลับมาเล่นได้แบบ อาจารย์ไซโร่ อีกแล้วไม่ว่าจะ อินเตอร์, คิเอโว่ ไปจนกระทั่งลีกมอลต้า ก็เคยไปๆมาๆแล้ว

เขาลงเล่นบอลอาชีพทั้งปวง 12 ปี แม้กระนั้นได้ลงไปในสนามทั้งผองไม่เกิน 120 นัดหมาย มันแจ้งชัดมากมายๆว่านั่นเป็นความไม่ประสบผลสำเร็จ จนกระทั่งทุกคนสามารถพูดได้ว่า "ซีล ดยึดเบิ้ล" ก็แค่กลอุบายเด็กน้อยที่ทำเป็นเพียงแค่โชว์ แต่ว่าด้อยความสามารถสำหรับการชิงชัยจริง

ผู้ล้มเหลวไม่เคยมีความรู้สึกว่าเขาเป็นอย่างที่ผู้ใดว่า ท่าไม้เด็ด "ซีล ดยึดเบิ้ล" สำหรับเขามิได้ไม่มีคุณค่า เพราะเหตุว่าอย่างต่ำมันทำให้ชีวิตเขามีชีวิตชีวาเยอะที่สุด รวมทั้งใครก็ช่างที่เคยได้เห็นคลิปวีดีโอนั้นยังจำเขาได้ หากว่าเขาจะไม่ใช่นักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่อะไรเลย

"ท่านี้เนี่ย ผู้ที่ฝึกหัดให้ผมเป็น 'ผู้ฝึกสอนผู้แสดงลับ' มันก็คือบิดาผมเอง บิดาให้ผมฝึกหัดทำมันตั้งแต่ 9 ขวบ ผมฝึกฝนมันวันแล้ววันเล่าจนถึงทำมันออกมาได้เป็นธรรมชาติเยอะที่สุดเกินกว่าคนไหนกันแน่จะทำเป็น"

เขาไม่ใช่คนรกโลก เขาทราบว่า "ซีล ดยึดเบิ้ล" ทำให้เขาโดนหมั่นไส้ โดนไล่เตะ แล้วก็เป็นจุดเริ่มให้ร่างกายของเขาเจ็บออดๆแอดๆมาตลอดตั้งแต่เป็นดาวรุ่ง เขาผ่าตัดถึง 8 ครั้ง โดย 6 ครั้งเกิดขึ้นที่ศีรษะหัวเข่า และก็อีก 2 ครั้งเกิดขึ้นที่ข้อเท้า และก็ทั้งผองทำให้เขาพัฒนาต่อได้ช้ากว่าผู้อื่นในรุ่นเดียวกัน แต่ว่าถึงแบบงั้นเขาก็ย้ำคำเดิมว่าถึงแม้ว่าจะย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็จะทำอย่างเดิมอยู่ดี

"ผมว่ามันบางทีอาจจะเป็นการตกลงใจที่บกพร่องนะ แม้กระนั้นผมก็ไม่เศร้าใจกับชะตาชีวิตที่เกิดขึ้นหรอก ทุกคนล้วนมีเรื่องมีราวราวของชีวิตที่ต่างกัน ถ้าเกิดขณะนั้นผมทราบอนาคตล่วงหน้าชีวิตก็น่าจะจืดจางสิ้นดี ด้วยเหตุนี้ผมบอกคุณได้เลยว่าผมแฮปปี้กับทุกอย่างที่ผมทำ ส่วนคนไหนกันแน่จะพูดว่าผมงั่งทำในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ผมก็ชอบบอกเขาไปว่า 'นี่มันชีวิตของข้าว่ะ ทางนี้เราเลือกเอง

"ซีล ดยึดเบิ้ล" ไม่ใช่สิ่งที่นำเรื่องร้ายๆมาให้เขาเพียงแค่นั้น ถ้าดูอีกด้านมันนำไปสู่ความสบายเล็กๆแบบที่เขาเองก็ไม่เคยมีความคิดว่าจะพบได้เช่นเดียวกัน

มีตอนหนึ่งที่เขาไปเล่นให้กับกลุ่มระดับดิวิชั่น 3 ของประเทศญี่ปุ่นที่ชื่อว่า ฟูจิเอดะ MYFC กลุ่มเล็กๆที่แทบจะไม่ปรากฎบนหน้าสื่อ (แฟนบอลไทยบางครั้งก็อาจจะชินหูบ้างในช่วงเวลาที่ จัน วัฒนากา ดาวดังของเขมรไปเล่นให้ช่วงสั้นๆ) แต่ว่าโน่นเป็นตอนที่เขาได้การสุขแบบที่นักฟุตบอลระดับนานาชาติก็ยากที่กำลังจะได้พบกลับมา และก็จุดกำเนิดเป็นท่า "ซีล ดยึดเบิ้ล" นั่นเอง

TBSBET สมัครวันนี้ รับฟรี!!! ทันที 15% สูงสุดที่ 1,500 บาท บาคาร่า สล็อต รูเล็ต ไพ่เสือ-มังกร แทงขั้นต่ำเพียง 10 บาท เท่านั้น!!!

Spread the love
Tags : , , , , , ,
แสดงความคิดเห็น