สมัครบาคาร่า ts911

สุวิทย์ สุขแสวง : คนดนตรีที่นำประสบการณ์จากโลกแห่งเพลงมาสอนฟุตบอลเด็กๆ ในท้องถิ่น

21/05/2019 ts911hklen 48 views

สุวิทย์ สุขแสวง : คนดนตรีที่นำประสบการณ์จากโลกแห่งเพลงมาสอนฟุตบอลเด็กๆ ในท้องถิ่น

สุวิทย์ สุขแสวง

นอกจากอาชีพนักฟุตบอล อีกหนึ่งอาชีพที่คนรักฟุตบอลใฝ่ฝัน คือการเป็นโค้ชฟุตบอล เพียงแต่การเป็นโค้ช เล่นสล็อต ts911 ยืนคุมลูกทีมข้างสนามในชีวิตจริง ไม่ง่ายเหมือนในเกมฟุตบอล เมเนเจอร์ (Football Manager) เพราะต้องผ่านการอบรมโค้ชไลเซนส์ ตามมาตรฐานของวงการฟุตบอล แต่สำหรับ สุวิทย์ สุขแสวง ชายหนุ่มที่ทำงานในวงการดนตรี มายาวนานกว่า 20 ปี ในฐานะผู้กำกับเวทีมือทอง การเป็นโค้ชฟุตบอลไม่ได้วัดกันที่ ความรู้ในศาสตร์ฟุตบอล ที่รับรองโดยฟีฟ่า หรือเอเอฟซี เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

แต่หากมีหัวใจรักในกีฬาลูกหนัง คนทุกคนสามารถเป็นโค้ช ถ่ายทอดวิชาฟุตบอลออกไปได้ เหมือนกับที่เขาเปิดอคาเดมีฟุตบอลเล็กๆ สอนเยาวชนในพื้นที่บ้านเกิดของตัวเอง ด้วยการประยุกต์ประสบการณ์ ในวงการดนตรี มาใช้กับการสอนฟุตบอล

“สมัยเด็กผมชอบเล่นฟุตบอล ตอนเรียนอยู่ที่สุรินทร์ ก็เป็นนักบอลประจำโรงเรียน แต่พอจบม.4 หันไปสนใจทางดนตรีมากกว่า บวกกับอยากออกไปท่องโลก จึงออกจากโรงเรียน ย้ายไปกรุงเทพฯ เรียนไป ฝึกงานไป เคยไปเป็นคนยกของ ให้ค่ายศิลปินยักษ์ใหญ่อยู่ค่ายหนึ่ง”

สุวิทย์ย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้น กับเส้นทางสายดนตรี เขาผ่านการฝึกงานกับค่ายเพลงชื่อดังย่านอโศก เก็บประสบการณ์การทำงานด้านหลังเวที จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับเวที (Stage Manager) ให้กับศิลปินชื่อดังของประเทศไทย เช่น โลโซ หรือ คาราบาว

แม้สุวิทย์จะมีใจที่รักดนตรี แต่อีกด้านของหัวใจเขาเก็บพื้นที่ไว้ให้กับฟุตบอลเสมอ อาชีพในฝันของผู้ชายคนนี้ เมื่อครั้งยังวัยเยาว์ คือนักฟุตบอลอาชีพ แต่ด้วยข้อจำกัดรอบตัว ทำให้เขาไม่สามารถเดินตามฝันของตัวเอง

“วันหนึ่งผมมานั่งคิดว่า ถ้าเราส่งต่อความฝันที่เรามี ให้คนอื่นมาทำแทน มันจะดีไหม? ปกติเวลาผมกลับบ้าน ผมมักจะสอนฟุตบอลให้กับเด็กๆอยู่แล้ว”

“ผมทำงานเบื้องหลังด้านดนตรีมายาวนานกว่า 20 ปี เห็นศิลปินเติบโตมาเยอะ จุดนี้ทำให้ผมอยากเป็นโค้ชเหมือนกัน เพราะผมชอบทำงานเบื้องหลัง ผมอยากสร้างนักฟุตบอลให้ไปไกล ไปในระดับทีมชาติ หรือไปเล่นเมืองนอกเลยยิ่งดี”

“ผมเลยคิดว่า งั้นเราตั้งอคาเดมีเล็กๆขึ้นมาสอนฟุตบอลให้กับเด็กแล้วกัน ผมเลือกทำที่จังหวัดสุรินทร์ เพราะมองว่าคงดีกว่า ถ้าได้มาสอนเด็กที่บ้านเกิดเรา”

สุวิทย์ตัดสินใจก่อตั้ง อคาเดมีของตัวเองขึ้นมา ในชื่อ Surin 008 ที่อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ และเริ่มการเปิดสอนอย่างจริงจัง เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งมีเด็กจำนวนไม่น้อย ในอำเภอเข้ามาเรียนกับเขา แม้ว่าตัวของสุวิทย์ จะไม่เคยผ่านการอบรม เป็นโค้ชอาชีพเลยตาม

แต่หนุ่มหัวใจรักดนตรี ไม่เคยมองเห็นว่าจุดนี้เป็นปัญหาแต่อย่างใด เพราะสำหรับเขา ไลเซนส์โค้ชไม่ใช่สิ่งที่จะมาชี้วัดว่า ใครควรเป็นโค้ชฟุตบอล แต่ขึ้นอยู่กับหัวใจ ว่าใครรักในกีฬาลูกหนัง หากคุณรักมากพอ การเป็นโค้ชไม่ใช่เรื่องที่เพ้อฝัน

“ผมเชื่อว่าดนตรีกับกีฬามันไปด้วยกันได้ เพราะสำหรับผมเป็นความบันเทิงเหมือนกัน ทุกวันนี้สโมสรระดับโลก ดนตรีถูกผนวกเข้ากับกีฬา มันเป็นสิ่งที่ไปด้วยกันได้”

“สิ่งแรกที่ผมปลูกฝังให้กับเด็กคือความสนุก ความสนุกคือพื้นฐานของวงการเพลง วงการฟุตบอลก็เหมือนกัน ผมต้องการให้เด็กสนุกไว้ก่อน ผมบอกพวกเขาว่า ผลการแข่งขันไม่สำคัญ แต่เราต้องสนุกกับการเล่นฟุตบอล สนุกยามลงสนามไว้ก่อน ชนะเราก็สนุกเฮฮา แพ้เรายังยิ้มได้”

สุวิทย์ สุขแสวง

หากแต่จิตใจที่ยึดมั่น ในแนวทางของเขา ปัจจุบันทีม Surin 008 เริ่มสร้างชื่อในพื้นที่อีสานใต้ เด็กหลายคนจากอคาเดมีเล็กๆ จากอำเภอจอมพระ ได้เข้าสู่การคัดตัวรอบสุดท้าย ของสโมสรชื่อดังระดับประเทศ ซึ่งเป็นกำลังใจให้กับชายวัย 43 ปีคนนี้เป็นอย่างดี

หรือแม้ต่อให้ไม่มีนักเตะสักราย จากอคาเดมีแห่งนี้ ขึ้นไปติดทีมชาติ หรือเล่นให้กับสโมสร คาสิโนออนไลน์ เครดิตฟรี ชื่อดังในอนาคต สุวิทย์ยังเชื่อว่า ศูนย์เพาะแข้งเยาวชนท้องถิ่นแห่งนี้ ได้ทำเป้าหมายหนึ่ง ที่เขาตั้งใจไว้ให้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว
a

“เป้าหมายพื้นฐานของผม คือผมอยากใช้กีฬา พาเด็กออกจากสิ่งไม่ดีต่างๆ เด็กที่มาเรียนกับผม ฟุตบอลได้พาเขาหนีออกห่างปัจจัยที่เลวร้าย ผมว่าจุดนี้ฟุตบอลทำหน้าที่เหมือนกับดนตรี”

“เด็กบางคนอาจจะไปได้ไม่ไกล ทางด้านฟุตบอล ก็ไม่เป็นไร ถ้าคนไหนผมดูแล้ว มีแววทางดนตรี ผมก็ฝึกเขาให้เป็นนักดนตรีแทนนักฟุตบอลก็ได้ ไม่ซีเรียส เพราะผมพยายามปลูกฝังให้เด็กๆ เรียนรู้ฟุตบอลกับดนตรี ควบคู่กันไป”

สำหรับผู้ชายที่ชื่อ สุวิทย์ สุขแสวง เขาอาจไม่ใช่โค้ช ที่เพียบพร้อมด้วยความรู้ ในวิชาฟุตบอล ไม่มีไลเซนส์ มาเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาคือโค้ชชั้นยอด เพราะทั้งชีวิตของเขาคลุกคลีอยู่กับวงการดนตรี มาโดยตลอด

แต่นั่นไม่สำคัญ มากไปกว่าหัวใจที่รักฟุตบอล และอยากถ่ายทอดออกไป ให้กับเด็กๆในพื้นที่บ้านเกิด ด้วยความตั้งใจที่อยากเป็นส่วนหนึ่ง ของการสานฝันให้เยาวชนไทย ในเส้นทางลูกหนัง

“เรื่องของหัวใจ เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่ผมสอนพวกเขา ผมบอกเด็กๆเสมอว่า ‘ถ้าหัวใจเราใหญ่ ต่อให้ตัวเราเล็ก เราจะไม่แพ้ใคร’ ผมเชื่อว่า ถ้าใจเราสู้ ใจเราได้ เราทำอะไร เราไม่มีทางแพ้ใครง่ายๆแน่นอน”

“ถึงผมจะไม่ได้เรียนโค้ช แต่ผมก็รักฟุตบอลไม่แพ้คนอื่น ผมคิดว่า ถ้าผมส่งเด็กๆของผมให้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ ด้วยแนวทางของผมเอง ผมจะภูมิใจมากเลย”

“ผมมองว่าเราเป็นอีกสถานที่ ที่สร้างความฝันให้กับเด็กๆ ความฝันสำคัญนะครับ สำคัญกับทุกคน ไม่ว่าเด็กคนหนึ่งจะอยากโตไปทำอาชีพอะไร ความฝันคือเรื่องสำคัญ”

“สำหรับผมแล้ว การมีฝันทำให้เขามีเป้าหมาย มันทำให้เด็กๆได้ฝึกตัวเอง เพราะเขาต้องเจออุปสรรคระหว่างทาง มันทำให้เขาต้องพัฒนาตัวเอง และแก้ไขปัญหา เพื่อไปถึงฝันให้ได้”

“ส่วนตัวผม ผมจะคอยอยู่เคียงข้างพวกเขา พาเด็กไปให้ถึงฝัน หรือไปให้ไกลกว่าฝันที่พวกเขาตั้งใจเอาไว้ครับ”

Spread the love
Tags : , , , , , ,
Leave Comment