สตีเว่น เจอร์ราร์ด (Steven George Gerrard) : ข่าวกีฬา TS911

05/11/2020 ts911hklen 9 views

สตีเว่น เจอร์ราร์ด (Steven George Gerrard) ยอดกัปตันทีมแห่งค่าย “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 1980 ที่เมืองวิสตันเมอร์ซี่ย์ไซด์ลิเวอร์พูล เข้าสู่เส้นทางการเล่นฟุตบอลจากการลงเล่นให้กับโรงเรียนคาร์ดินัลฮีแนนคาธอลิกไฮจ์สคูล ในเวสต์ดาร์บี้เมืองลิเวอร์พูล และในตอนที่อายุ 8ขวบ เขาก็ได้เป็นสมาชิกของทีมลิเวอร์พูลวายทีเอส ก่อนที่จะเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพของทีม “หงส์แดง” ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 1997 โดยได้รับเงินค่าจ้างก้อนแรกที่ 700ปอนด์ (ประมาณ  44,100บาท)ต่อสัปดาห์ ไปฟังเรื่องราวของสุดยอดนักเตะคนนี้ไปพร้อมๆกับเว็บ TS911 ของเรา เว็บไซท์แทงบอลออนไลน์ที่ดีที่สุด ครบวงจรมากที่สุด ฝาก-ถอนผ่านหน้าเว็บ รวดเร็ว บริการ 24 ชั่วโมง

เจอร์ราร์ด ได้ลงเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกในนามทีมลิเวอร์พูลชุดใหญ่ โดยเขาถูกเปลี่ยนตัวลงไปเล่นแทน เวการ์ด เฮ็กเกมในเกมที่พบกับแบล็คเบิร์น และ เกมที่เขาได้เป็นตัวจริงเกมแรกเกิดขึ้นในเกมยูฟ่าคัพ ที่พบกับ เซลต้า บีโก้ แต่ถึงแม้ว่า "หงส์แดง" จะแพ้ในนัดนั้น แต่ เจอร์ราร์ด ก็ได้รับการยกย่องอย่างมากว่าเล่นได้ดี มีอนาคตในทีมอย่างแน่นอน

สตีเว่น เจอร์ราร์ด

ในฤดูกาล 1999-2000 ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมบังเหียนของ เชราร์ด อุลลิเย่ร์ เจอร์ราร์ดก็ได้ปักหลักยึดตำแหน่งตัวจริงอย่างสม่ำเสมอโดยเขาได้ลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง คู่กับ เจมี่ เร้ดแนมป์ แต่ในปีนี้นี่ถือเป็นปีที่ไม่ดีสำหรับ เจอร์ราร์ด มากนัก เนื่องจากเขาต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่หลังอยู่บ่อยครั้ง

ต่อมาในฤดูกาล 2000-2001 เจอร์ราร์ดในวัย 20 ปี ก็สามารถรักษาอาการบาดเจ็บที่รุมเร้าในฤดูกาลที่แล้วได้อย่างปลิดทิ้ง และเขาก็เล่นได้ดีมากๆจนได้รับตำแหน่งดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ และพาทีม "หงส์แดง" คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ทั้งยูฟ่าคัพ, เอฟเอคัพ และ ลีกคัพ โดยสามารถทำประตูในรอบชิงชนะเลิศของยูฟ่า คัพ ซึ่งลิเวอร์พูลกับอลาเบสได้อีกด้วย

ถัดมาในฤดูกาล 2001-2002 ด้วยประสบการณ์ที่เพิ่มมากขึ้นก็ทำให้เจอร์ราร์ดขยับฐานะจากนักเตะดาวรุ่งกลายมาเป็นหัวใจสำคัญของทีม “หงส์แดง” อย่างเต็มตัวโดยเขามีส่วนสำคัญยิ่งจนทำให้ลิเวอร์พูล ปิดฉากฤดูกาลที่ อันดับ 2 ของตารางพรีเมียร์ชิพ ด้วยคะแนนที่ดีที่สุดในรอบ 10 ของทีมอีกด้วย

เจอร์ราร์ดยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีมเช่นเดิมและเขาได้รับหน้าที่เพิ่มขึ้นก็คือการสวมปลอกแขนกัปตันทีมครั้งแรกอย่างเป็นทางการของดาวเตะวัยเพียง 23 ปี ในขณะนั้นโดยเขาได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่แทน ซามี่ ฮูเปีย กองหลังชาวฟินแลนด์ในปี  2003 เนื่องจากหวังให้ เจอร์ราร์ดโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น

สุดยอดกับตันทีม สตีเว่น เจอร์ราร์ด

และมันก็ได้ผลทีเดียวเมื่อ เจอร์ราร์ด กลายเป็นผู้เล่นที่คอยกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมได้เสมอ ทั้งการทำงานหนักในสนาม และการเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเพื่อนร่วมทีม

ทั้งนี้นอกจาก เจอร์ราร์ดจะเป็นกำลังสำคัญของ ลิเวอร์พูล แล้วเขายังเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติอังกฤษ อีกด้วย โดยเขาลงเล่นให้กับทีม “สิงโตคำราม” ชุดใหญ่ เป็นครั้งแรก ในปี 2000 ซึ่งเป็นเกมที่อังกฤษพบกับยูเครน และเขาเคยถูกเรียกติดทีมอังกฤษ ชุดลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ปี 2000 ที่ประเทศ เบลเยี่ยม และ ฮอลแลนด์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากไม่อาจยึดตำแหน่งตัวจริงได้

อย่างไรก็ตาม 2 ปี ให้หลัง เจอร์ราร์ด ก็สามารถทำประตูแรก ในทีมชาติอังกฤษ ได้ในนัดที่ "สิงโตคำราม" บุกไปถล่มเอาชนะ เยอรมัน 5-1 ในฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือก โซนยุโรป โดยแมตช์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน ปี 2001 และได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดนัดหนึ่งในประวัติศาสตร์ของทีมชาติอังกฤษ พร้อมกับพาทีมผ่านเข้ารอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก ปี 2002 ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นได้สำเร็จ แต่เขาต้อโชคร้ายเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรบกวนที่โคนขาหนีบจนต้องเข้ารับการผ่าตัดต้องถอนตัวออกจากทัพในทีมชุดนั้น

สตีเว่น เจอร์ราร์ด

และในศึกยูโร 2004 ที่ประเทศโปรตุเกส เจอร์ราร์ดได้กลับมาเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมในการทำศึกทัวร์นาเม้นต์ ฟุตบอลรายการใหญ่ๆ อีกครั้ง โดยครั้งนี้ เขามีส่วนสำคัญทำให้ทีม ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ แต่ก็ต้องตกรอบไป หลังจากดวลจุดโทษแพ้ให้กับทีมเจ้าภาพไปอย่างน่าเสียดาย

ต่อมาเจอร์ราร์ดเอง ช่วยพาทีมอังกฤษ ทำผลงานเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ได้สำเร็จ โดยไปพบกับโปรตุเกสและเกมก็ยืดเยื้อจุดถึงการดวลจุดโทษ ซึ่งเจอร์ราร์ดก็ต้องฝันร้ายเมื่อเป็น1 ใน 3 ผู้เล่นอังกฤษที่ยิงไปติดเซฟของ ริคาร์โด้เปไรร่า ผู้รักษาประตูของทีม ฝอยทอง และกลายเป็นการปิดฉากเส้นทางของอังกฤษในฟุตบอลครั้งนี้ และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ก็คว้าดาวซัลโวสูงสุดของทีมไปครองที่ 2 ประตู

เจอร์ราดได้รับเลือกให้เป็นรองกัปตันทีมชาติอังกฤษภายใต้การคุมทีมของสตีฟแม็คคลาเรน อังกฤษพ่ายต่อโคเอรเชียและรัสเซียทำให้ตกรอบคัดเลือกยูโร2008ไป ปัจจุบันทีมชาติอังกฤษแต่งตั้ง ฟาบิโอ คาเปลโล่ มากุมบังเหียน แทนที่ สตีฟ แม็คลาเรน


อ่านข่าวสารเพิ่มเติม คลิกที่นี่

ไอดีไลน์ @mg042 ลิงค์ไลน์ https://lin.ee/6YHplbO8

แชร์เรื่องนี้
Tags : , , , , ,
แสดงความคิดเห็น