สมัครบาคาร่า ts911

ดีน คาร์นาเซส : “อเวนเจอร์ส” สายวิ่ง

05/07/2019 ts911hklen 244 views

ทุกคำบอกเล่าที่ออกมาจากปากล้วนเป็นคำกล่าวที่โชว์ถึงทัศนคติรวมทั้งการจัดการจัดแจงทรัพย์สิน ทุกคนชื่อถูกใจ ดีน คาร์นาเซส ในฐานะบุคลากรชั้นยอดของบริษัทเว้นเสียแต่ผู้เดียวที่ชิงชังตัวตนของเขา...ซึ่งมันก็คือตัวของเขาเอง

ดีน คาร์นาเซส

นี่เป็นเรื่องราวของ ดีน คาร์นาเซส นักธุรกิจผู้พรั่งพร้อมทั้งหมดทุกอย่างที่พบว่าตนเองมีพลังดีเลิศหลบซ่อนอยู่ และก็พลังเหนือมนุษย์ซึ่งสามารถทำให้เขาวิ่งระยะ 500 กม. แบบรวดเดียวโดยไม่ต้องพักนอนถึงแม้สักหลับ สิ่งนี้เปลี่ยนแปลงเขาอย่างไรบ้าง

ณ บาร์แห่งหนึ่ง ซึ่งขึ้นชื่อลือชาเรื่องบาร์เครื่องดื่มที่มีพนักงานผสมเหล้าแต่งรสชาติออกมาให้จัดจ้าต้องใจ เครื่องดื่มหนึ่งแก้วของบาร์ที่นี้บางทีก็อาจจะมากมายพอๆกับค่าแรงเริ่มต้นของคนเราในเมือง แคลิฟอเนียร์เลยก็ว่าได้ ชายคนหนึ่งเดินมาสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอร์และก็ยกแก้วกลับไปร่วมกลุ่มกับเพื่อนฝูงๆของเขา ทุกคนมองครื้นเครง หัวเราะสนุกรวมทั้งเคลื่อนย้ายร่างกายไปกับดนตรีแนวภาษาละติน

นี่เป็นวันเกิดสังสรรค์อายุครบ 30 ปีของชายคนนั้น และก็ในวัยขนาดนี้เขากำลังเริ่มจะมีชีวิตที่ผู้ใดกันแน่ก็จะต้องอิจฉาริษยา เขาเป็นนักธุรกิจชายหนุ่มมีการศึกษาเล่าเรียนมีรายได้ดี มาดของเขาเยี่ยมมากกว่าคนใดกันแน่ รวมทั้งเมื่ออกสเต็ปแดนซ์ได้ไม่นานก็มีผู้หญิงเริ่มเข้ามาพันพัว เขาทำท่าจะเร่งเครื่องเดินเกม แม้กระนั้นท้ายที่สุดเขาก็หยุดชั่วประเดี๋ยวเพื่อไปส้วมเพื่อไปมีความคิดว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันเหมาะหรือเปล่า... คุณบางทีอาจจะเป็นสาวฮ็อต แต่ว่าตัวของเขานั้นแม้ว่าจะเมามากแค่ไหนก็ยังพอเพียงรำลึกได้ว่านิ้วนางข้างซ้ายนั้นสวมแหวนอยู่ เขามีลูกและก็เมียแล้ว

การหยุดคิดคราวนั้นมีผลกับชีวิตของเขาจำนวนมากอย่างมาก มันมากพอที่จะทำให้เขาเดินออกมาจากบาร์ แล้วก็เดินมาบนถนนหนทางเวลาดึกที่เงียบกริบ เขางวยงงกับกับสิ่งที่กำลังดำเนินไปในวันแล้ววันเล่า และก็จากนั้นเขาก็ถอดชุดสูทและก็ปลดเนคไทออกเพื่อวิ่งกลับไปอยู่ที่บ้าน...

ดีน คาร์นาเซส เริ่มเพิ่มความเร็วครั้งละนิด ครั้งละนิด เป้าหมายของเขาเป็นการวิ่งไปด้านหน้า แต่ทว่าเมื่อยิ่งวิ่งเขากลับได้มาพบว่าภาพของเขาในอดีตกาลกลับกลายสิ่งที่ดักรอทักอยู่เสมอสองข้างถนน... รู้สึกตัวอีกครั้งก็ไม่มีแสงจากถนนหนทางแล้ว เขาพ้นจากโซนเมืองแล้วก็วิ่งบนถนนหนทางอยู่เฉยๆผู้เดียว

นี่เป็นคราวแรกในรอบยาวนานหลายปีที่เขารับทราบได้ถึงความรู้สึกเมื่อเหงื่อแทรกออกมาจากรูขุมขน จิตใจของพุ่งทะยานไปเร็วกว่าฝีเท้า การวิ่งอาจจะก่อให้ร่างกายของใครสักคนปวด แม้กระนั้นไม่ใช่สำหรับเขา...รู้สึกตัวอีกครั้งเขาก็วิ่งมาเป็นระยะทางกว่า 45 กิโลและก็ดวงอาทิตย์ก็ขึ้นจากฟ้าบอกเวลาว่าตอนเช้าแล้ว โน่นคือเขาจำเป็นต้องเริ่มปฏิบัติงานที่ทำให้เขาได้เงินมาดำเนินชีวิตสุรุ่ยสุร่ายในทุกๆวัน

เมื่อสติคืนมาเขาพบว่าเท้าของเขามีแผลพุพองจากการใส่รองเท้าคัทชูวิ่ง ที่ขาหนีบกำเนิดแผลจากการเสียดสีของกางเกงสแล็กที่ใส่ดำเนินงาน แม้กระนั้นน่าประหลาดเป็นภาวะจิตใจของเขากลับแจ่มใสแบบที่ไม่เคยเป็น เขารู้สึกถึงความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่จากชีวิต ก่อนที่จะเริ่มหยอดตู้โทรศัพท์สาธารณะเพื่อโทรบอกให้เมียของเขามารับที่หน้าร้านค้า เซเว่น อีเลฟเว่น แห่งหนึ่งใน อ่าวฮาล์ฟมูนที่ซานฟรานซิสโก

เมื่อเจอหน้าเมียเขาบอกกับคุณว่า "หวานใจ...ผมชอบคุณนะ" ตลอดระยะการวิ่ง 45 กิโล เขากล่าวว่าเขาเห็นภาพยุคที่ทั้งสองยังเป็นคู่ครองวัยศึกษา คุณเป็นรักแรกพบของเขา

"คุณจะกลับไปอยู่บ้านเลยไหมหรือต้องการจะแวะรับประทานอะไรหน่อย?" เมียถามเขา

แล้วก็เขาตอบว่า "คุณขับไปส่งผมที่สำนักงานเลย" ... คำตอบนี้มิได้ทำให้เมียของเขาสนเท่ห์ใจมากสักเท่าไรนัก ดีน เป็นคนเอาแต่ทำงานอย่างเดียวมากมายตั้งแต่แมื่อสำเร็จการศึกษา เขาถูกใจกล่าวเรื่องเงินๆทองคำๆอยู่เป็นประจำ แล้วก็เขาก็หามันมาให้ครอบครัวได้จริง ถึงแม้คุณจะมีความคิดว่านี่มันมากจนเกินไปกระทั่งลืมคำว่าครอบครัวหรือไม่?

"จะไปทำงานต่อเลยหรอ?" คุณถามด้วยความห่วงใย ก่อนที่จะดีน คาร์นาเซส จะตอบสั้นๆว่า "ไม่ล่ะ ผมจะไปเขียนหนังสือลาออก"

ตั้งแต่จำความได้การวิ่งเป็นอย่างเดียวที่เขาภูมิใจ ดีน เรียนโรงเรียนสำหรับสอนเด็กอนุบาลที่คิงส์การ์เด้น แคลิฟอร์เนีย แม้ว่าจะอายุเพียงแค่ 5 ขวบ แต่ว่า ดีน เป็นเด็กที่พิลึกกว่าคนใดกันแน่ในสถานที่เรียนเนื่องจากเขานั้นไม่ยินยอมขึ้นรถรับส่งในพักหลังเลิกเรียน เขาเลือกที่จะวิ่งกลับไปอยู่บ้านด้วยเหตุผลเพียงแค่ว่า "มันสนุกสนานดี" เพียงแค่นั้น

มันเป็นแบบนั้นไปบ่อยจนกระทั่งระดับประถมและก็มัธยม จนตราบเท่าเขาเข้าไฮสคูลเขาก็เลยได้เป็นพวกของกลุ่มวิ่งครอสคันทรี่ของสถานที่เรียนภายใต้การนำกลุ่มของผู้ฝึกสอนที่ชื่อ แจ็ค แม็คทราวิส โดยผู้ฝึกสอนแจ็คได้มองเห็นความสามารถของดีนแล้วเขาก็แน่ใจว่าเด็กคนนี้จะเปลี่ยนเป็นยอดนักกีฬาวิ่งมาราธอนสุดยอดได้แน่ๆ เขาก็เลยยัดทัศคตินักวิ่งใส่ให้ดีนอย่างมาก

ดีน คาร์นาเซส

"ออกไปท้ากับเรื่องยากๆถ้าหากทำเป็นแล้วควรหาอะไรที่มันยากมากกว่าที่เคยผ่านมา" นี่เป็นคติที่ประจำตัวของ ดีน คาร์นาเซส ตลอดมา ไม่นานนักเขาก็ชนะการแข่งขันครอสคันทรีระดับเมืองแคลิฟอร์เนีย เมื่อเขาชนะผู้ฝึกสอนแจ็คเข้ามาถามเขาว่า "ดีน เอ็งรู้สึกอย่างไรบ้างข้างหลังเป็นแชมป์?" ดีนก็ตอบกลับว่า "การพยายามอย่างมากและก็ท้ากับความลำบากตรากตรำของผู้ฝึกสอนมันทำให้ผมกระปรี้กระเปร่าจริงๆผมเชื่อคุณแล้ว" เขายิ้มอย่างพึงใจ

โชคร้ายโน่นไม่ใช่คำตอบที่ผู้ฝึกสอนแจ็คชอบจิตใจ เขาสอนมวย ดีน และก็กล่าวว่าถ้าเกิดการวิ่งแล้วชนะทำให้เขากระปรี้กระเปร่าโน่นแปลว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ยังไม่ยากพอเพียง ความท้าที่จริงจริงจะเกิดขึ้นต่อเมื่อเขามีความรู้สึกว่ายิ่งวิ่งออกไปก็ยิ่งเจ็บเหมือกันตกนรก ซึ่งแน่ๆว่า ดีน ไม่ค่อยรู้เรื่องมากเท่าไรนักเพราะเหตุว่าสำหรับเขาแล้วการเป็นแชมป์ก็ถือได้ว่าเรื่องที่ยิ่งใหญ่แล้วสำหรับเด็กอายุ 15 ปี แต่ทว่ามันไม่ว่างให้เขาได้หาคำตอบของผู้ฝึกสอนแจ็คมากนักเพราะว่าต่อไปไม่นาน ดีน ก็จะต้องย้ายตามบิดาไปยัง ซาน เคลเมนเต้ แต่ว่าโน่นก็เป็นคำบอกเล่าที่ตัวของดีนยังเขียนเอาไว้ในจิตใจตลอดมา

ภายหลังย้ายสถานที่เรียนรวมทั้งย้ายที่อยู่แล้ว ดีน ได้เหมาะสมมวิ่งระยะไกลของสถานที่เรียน ซาน เคลเมนเต้ ภายใต้การนำของผู้ฝึกสอน เบนเนอร์ คัมมิ่งส์ ซึ่งแนวคิดของตรงนี้ต่างกันออกไป คติของกลุ่มวิ่งกลุ่มนี้เป็นการวิ่งเป็นการค้นหาความสงบเงียบข้างในจิตใจ เขาเริ่มวิ่งเก่งขึ้นเรื่อยและก็ทำเวลาดีเลิศขึ้นเป็นลำดับ แต่ทว่าทางก็จำต้องหยุดลงอย่างเร็ว เมื่อบิดาของเขามีความคิดเห็นว่าลูกชายเสพติดการวิ่งเหลือเกินกระทั่งไม่สนใจการศึกษา แล้วก็ตัวของเขาเองณ เวลานั้นก็มีความสับสนเกิดขึ้น เมื่อได้รับการชี้แนะจากบิดามันทำให้เขามองเห็นไปในทำนองเดียวกัน ณ เวลานั้นเขามีความรู้สึกว่าวิ่งไปแล้วได้อะไร? แล้วก็ยังมีความรู้สึกว่าการเอาเวลาไปวิ่งวันละ 6-7 ชั่วโมงมันทำให้เขาเสียเวล่ำเวลาอ่านหนังสืออีกด้วย ซึ่งต่อจากนั้น ดีน คาร์ที่นาเซส ก็ไม่เคยกลับมาวิ่งระยะไกลอีกเลยตลอด 15 ปีถัดมา และก็จุดแปลงมันเริ่มขึ้นในวันฉลองอายุครบ 30 ปี ของเขาตามที่ได้กล่าวไปนั่นเอง

ถึงแม้ว่าชีวิตจะพบกับการบรรลุผลตลอดในระยะเวลาต่อจากนั้น แต่ว่าการออกวิ่งเวลากลางดึกขณะเมาสุรา มันกลับทำให้ภาพความสนุกสนานร่าเริงสำหรับเพื่อการวิ่งเมื่อครั้งยังเด็กคืนกลับมา เขาพบว่าตนเองเป็นผู้ที่ทำงานมากมากมายวันละหลายชั่วโมง ครั้งคราววันๆหนึ่งก็แทบจะมิได้คุยกับครอบครัวเลยแม้กระทั้งคำเดียว เขารู้เท่าทันคราวว่านี่ไม่ใช่ชีวิตที่เขาปรารถนา เขาต้องการจะกลับมามีชีวิตที่แฮปปี้อีกรอบ เขาก็เลยเลือกที่จะเป็นนักวิ่งแม้ว่ายังไม่เคยรู้ด้วยว่าทางด้านหน้ามีอะไรรออยู่

ดีน รำลึกถึงประโยคนี้แล้วก็มานะค้นหาสิ่งที่ปวดเสมือนลงนรกให้พบได้ด้วยตัวเอง เขาเริ่มกลับมาวิ่งแบบเป็นจริงเป็นจังถึงแม้ไม่มีผู้ช่วยเหลือเกื้อหนุน และก็เมื่อยิ่งทำไปกลับยิ่งพบว่าตนเองทำเป็นดีไม่ต่างอะไรจากตอนอายุ 15 ปีเลย ถึงแม้ว่านี่ก็ผ่านเวลามานมนาน รวมทั้งเขาก็ใช้ร่างกายกับการขว้างร์ตี้เกือบจะตลอดในขณะที่ห่างจากการวิ่งไป

เขาเริ่มเดินตากล่าวโทษมานะครั้งละอย่าง โดยแต่ละรายการนั้นชั่วร้ายกระทั่งคนเดินดินหมดสิทธิ์แข่งขัน เช่น รายการ แบดวอเตอร์ อัลยี่ห้อมาราธอน (217 กม.) เป็นการวิ่งผ่าน "เดธ วัลเล่ย์" ภายใต้อากาศที่ร้อนถึง 49 องศาเซลเซียส

"ครั้งใดก็ตามเอาเท้าเหยียบลงถนนหนทางมันรู้สึกราวกับว่าคุณกำลังเหยียบกองไฟ" ดีน เล่าถึงการประลองรายการดังที่กล่าวมาแล้ว แต่ว่าแม้ว่าจะเป็นแบบนั้นมันก็ยังไม่ทรมาทรกรรมอยู่ดี เขาติดท็อป 10 เข้าเส้นชัยตลอดตั้งแต่แมื่อการแข่งขันชิงชัยในปี 2000 จนกระทั่ง 2008

เว้นเสียแต่สนามที่ร้อนเสมือนแดนนรกแล้ว ดีน ยังทดลองในสนามที่เป็นน้ำแข็งด้วยอุณหภูมิติดลบ 25 องศาเซลเซียส ไม่ใช่แค่เรื่องลักษณะอากาศแค่นั้น ระยะทางก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาเลือกแล้วก็ตกลงใจลงแข่งขัน เขาเคยวิ่งผ่านประเทศอเมริกามาแล้วโดยเริ่มตั้งแต่ ดิสนี่ย์แลนด์ เมืองอนาไฮม์ เมืองแคลิฟอร์เนีย จนกระทั่ง มหานครนิวยอร์ค ด้วยระยะทาง 4,800 กิโล แล้วก็ใช้เวลาไปทั้งหมดทั้งปวง 75 วัน นอกเหนือจากนี้ในปี 2005 เขาลงแข่งขันรายการวิ่งที่มีระยะทาง 560 กิโล ซึ่งเป็นรายการที่เขาวิ่งรวดเดียว 80 ชั่วโมงกับอีก 44 นาที โดยไม่พักผ่อนนอนเลยแม้กระทั้งครั้งเดียว ... ทุกรายการที่กล่าวมานั้นเพียงแค่ส่วนหนึ่งส่วนใด ในความเป็นจริงแล้ว ดีน ยังมีดีกรีแชมป์วิ่งระยะไกลล้นหลาม และก็ยังเคยทำสถิติวิ่ง มาราธอน 50 รายการใน 50 เมืองทั่วอเมริกา ภายในช่วงเวลาเพียงแค่ 50 วันมาแล้ว

ทุกคนเริ่มฉงนใจในความอึดเกินคนของเขา ถึงแม้ตัวของดีนจะเปลี่ยนเป็นนักวิ่งมีชื่อเสียง มีแชมป์ประกัน มีผู้ช่วยเหลือเข้า และก็มีหน้ามีตาด้านสังคมแล้วในช่วงเวลานี้ แต่ว่าเขายังคงใส่ความทรมาทรกรรมในแบบที่ใกล้เคียงกับการตกแดนนรกอย่างที่ผู้ฝึกสอนแจ็คเคยบอกไม่พบสักหนึ่งครั้ง ซึ่งหัวข้อนี้เขาถามตนเองประจำว่าอะไรเป็นสิ่งที่ยากกว่าที่เขาทำอยู่อีก?

Spread the love
Tags : , , , , , , , ,
แสดงความคิดเห็น