สมัครบาคาร่า ts911

กาซี สเตเดี้ยม : สนามกีฬาที่เคยเป็นลานประหารของ ‘ตาลีบัน’

01/11/2019 ts911hklen 57 views

บ่ายวันหนึ่งในช่วงฤดูตก ปี 1999 ท่ามกลางแสงอาทิตย์อ่อนๆปรากฏฝูงชนจำนวนไม่น้อยกำลังเดินแถวไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ผ่านตลาดใหญ่แกนกลางเมือง มุ่งหน้าไปสู่โซนทิศตะวันออกที่เต็มไปด้วยซากจากการปะทุ กึ่งกลางกลุ่มคนกรุ๊ปนั้นมีรถปิคอัพขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยนักสู้ตาลีบันติดอาวุธหนัก ผ้าสำหรับคลุมที่ปกปิดบริเวณใบหน้าคนเหล่านั้นลอยละล่องไสวไปตามกระแสลม แต่ว่าหากสังเกตดูดีๆจะมองเห็นแววตาที่ลอดออกมาผ่านช่องเล็กๆมันเป็นแววตาของเหล่าชายหนุ่มที่แข็งกระด้างไร้ความปราณี ในระหว่างที่ฝูงคนเดินทยอยเดินแถวไปอย่างช้าๆเหล่าเด็กๆต่างก็วิงวอนบิดามารดาให้ซื้อของหวานมาเป็นของหวานระหว่างการรับดู “ความเบิกบานใจ” ในไม่กี่อึดใจถัดจากนี้ แล้วก็สุดท้ายพวกเขาก็มาถึงเป้าหมาย มันเป็น กาซี สเตเดี้ยม สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอัฟกานิสถาน

กาซี สเตเดี้ยม

ลำธารที่ฝูงคนทยอยเข้าสู่สนาม ก่อนที่จะจองที่นั่งแถวเหนือสุดจนกระทั่งเต็ม เมื่อดูจากระยะไกลมองคล้ายกับเงาสีดำขนาดใหญ่ตัดกับฟ้าแจ่มใสและก็เทือกเขาตะปุ่มตะป่ำสีน้ำตาลที่เป็นเบื้องหลัง ท้ายที่สุดทุกคนก็เข้าไปในสนามได้ครบ ต่อจากนั้นไม่นานระยะเวลาสำคัญก็เริ่มขึ้น

รถปิคอัพสีแดงวิ่งเข้ามาหยุดอยู่กึ่งกลางสนาม ด้านหลังรถยนต์มีเพศหญิงสามคนภายในบูร์กา (ผ้าที่มีไว้สำหรับคลุมปกปิดตั้งแต่หัวถึงเท้า เปิดแค่เพียงส่วนของดวงตา) สีฟ้าอ่อนพร้อมอาวุธครบมือ นั่งอยู่กับเพศหญิงอีกผู้ที่แต่งตัวเช่นเดียวกันแต่ว่าไม่มีอาวุธ ทั้งยังสามประคองร่างของหญิงสาวคนมีชื่อเสียงกล่าวไปที่อีกมุมหนึ่งของสนาม ซึ่งเป็นรอบๆด้านในกรอบจุดโทษห่างจากหน้าปากประตูไม่กี่หลา คุณเดินไปอย่างยากลำเค็ญ บางทีก็อาจจะเนื่องจากว่าอายุ หรือความเจ็บที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ไม่มีผู้ใดรู้ และก็เมื่อถึงจุดที่ระบุ เหล่าทหารหญิงก็บังคับให้คุณยอตัวนั่ง แล้วหลังจากนั้นก็มีเสียงจากไมค์ดังออกมาจากลำโพงที่ติดอยู่รอบสนาม

“เพศหญิงคนนี้เป็น ซามีนา บุตรสาวของ เราลัมฮาซนัต จากจังหวัดขว้างร์วาน คุณเป็นแม่ของลูกเจ็ดคน แต่ว่าคุณได้ยอมรับสารภาพว่าคุณฆ่าผัวของคุณด้วยการตีด้วยค้อน เหตุเกิดขึ้นเมื่อห้าเดือนที่แล้ว คำพิพากษาจนถึงที่สุดให้ศาลตัดสินลงโทษประหาร”

เมื่อเสียงประกาศเงียบลง เสียงปืนสามนัดหมายก็ดังขึ้นมาแทนที่ ร่างของสตรีที่นั่งยอตัวอยู่สั่นไหวไปตามแรงชนของลูกปืน ฝุ่นละอองกระจัดกระจายคลุ้งไปทั่วรอบๆกรอบจุดโทษ แล้วก็เมื่อมันเลือนลางจางหายไป ร่างของคุณก็นอนนิ่งแน่ไปกับพื้นสนามแล้ว บรรยากาศในสนามที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยเสียงดังสนั่นกลับเงียบลงทันตาเห็น เหลือเพียงแค่เสียงสวดมนตร์ "อัลลอหุ อักบัร" ซึ่งมีความหมายว่า "อัลลอฮ์ทรงยิ่งใหญ่" ที่แต่ละคนงึมงำออกมาเบาๆแค่นั้น

ใช่ นี่เป็นการประหารสาธารณะโดยกรุ๊ปตาลีบัน และก็มันเป็นเพียงแต่หนึ่งใน 101 ครั้งแค่นั้นที่พวกเขาทำการเหี้ยมหาญแบบนี้ ตลอดเวลา 6 ปี นับจากปี 1996-2001 มีผู้ตายจากเหตุแบบนี้กว่า 119 ราย และก็ลานประหารที่พวกเขาใช้บ่อยครั้งที่สุดก็คือ กาซี สเตเดี้ยม สนามกีฬาที่ความตายที่นี้

กาซี สเตเดี้ยม เป็นสนามกีฬาสารพัดประโยชน์ตั้งอยู่ฝั่งทิศตะวันออกของเมืองคาบูล ส่วนมากใช้ในลัษณะของการชิงชัยบอลเป็นหลัก มีปริมาตรราวๆ 25,000 ที่นั่ง ผลิตขึ้นในยุคพระผู้เป็นเจ้าอมานุลเลาะห์ เสร็จสิ้นในปี 1923 รวมทั้งเปิดใช้งานในปีเดียวกัน

ว่ากันตามจริง กาซี สเตเดี้ยม ก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากสนามกีฬาทั่วๆไป มันเป็นศูนย์กลางที่ปฏิบัติหน้าที่สะสมผู้คนมาไว้ร่วมกันเพื่อบรรเทาด้วยความเบิกบานใจจากกีฬา นอกนั้นมันยังเป็นความภูมิใจของคนอัฟกานิสถาน เพราะว่าตรงนี้เป็นรังเหย้าของกลุ่มบอลกลุ่มชาติ ต่อสู้กับประเทศอื่นๆด้วยวิชาลูกหนัง และก็มันก็เป็นแบบนั้นบ่อยมาจนกระทั่งปี 1979

ขณะดังที่กล่าวถึงแล้วอัฟกานิสถานโดนรุกรานจากรัสเซีย ก่อนที่จะแผ่ขยายใหญ่มหึมาจนถึงแปลงเป็นสงครามกลางเมืองที่แม้กระทั้งมหาอำนาจของโลกอย่างอเมริกาก็ยังเข้ามาเกี่ยวโยง

ผลพวงของการศึกทำให้รัฐอิสลามอัฟกานิสถานอยู่ในสภาพการณ์เกือบจะล่มสลาย ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำถึงขีดสูงสุด ผู้คนยากแค้นมากนับไม่ถ้วน เลวทรามไปกว่านั้น การสู้รบคราวนี้ยังเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดกรุ๊ปทหารที่เรียกตัวเองว่า “ตาลีบัน”

คำว่าตาลีบันแปลว่า “เด็กนักเรียน” ก่อนที่จะถัดมาคำนี้จะเปลี่ยนเป็นชื่อของกรุ๊ปชาวมุสลิมหัวรุนแรง ที่เข้ามามีหน้าที่สำคัญสำหรับในการดูแลรัฐอิสลามอัฟกานิสถานระหว่างปี 1996-2001

กรุ๊ปตาลีบันจัดตั้งขึ้นในตอนต้นสมัย 90’s โดยกรุ๊ปอัฟกันมุจาฮิดีน นักสู้อิสลามที่เคยต้านทานการยึดครอบครองของรัสเซีย หัวหน้าตาลีบันส่วนมากได้รับอิทธิพลมาจากพื้นฐานนิยมเดียวกัน สมาชิกคนจำนวนไม่น้อยประพฤติตามบรรทัดฐานทางด้านสังคมและก็วัฒนธรรมที่เรียกว่า "พัชกักตุนวาลี" (Pashtunwali) ขั้นตอนตาลีบันจำนวนมากเป็นชาวปาทาน ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ใหญ่ที่สุดในอัฟกานิสถาน

ท่ามกลางประเทศที่ล่มสลาย กรุ๊ปตาลีบันกลับเรืองอำนาจขึ้นมาอย่างเร็ว จนถึงท้ายที่สุดพวกเขาก็สามารถครอบครองรัฐอิสลามอัฟกานิสถานและก็ตั้งตนเป็นรัฐบาลได้เสร็จในปี 1996 ซึ่งขณะที่อยู่ภายในอำนาจตาลีบันได้บังคับใช้การแปลความข้อบังคับชารีอะฮ์ หนึ่งในข้อบังคับที่เอาจริงเอาจังที่สุดที่เคยมีมาในโลกชาวมุสลิม

ด้วยการปกครองของตาลีบัน พวกเขาปรารถนาอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่จะควบคุมราษฎรไว้ภายในกำมือ การประหารกึ่งกลางสาธารณะชนก็เลยถูกประยุกต์ใช้นับจากนั้น มันเป็นหลักจิตวิทยา “เฉือนไก่ให้ลิงมอง” และก็สถานที่ที่พวกเขาเลือกใช้เป็นลานประหารบ่อยมากเป็น กาซี สเตเดี้ยมใช่ กึ่งกลางสนามที่รายล้อมด้วยอรรธจันทร์ซึ่งรองรับผู้ชมได้กว่าสองหมื่นห้าพันคนที่นี้แหละ เหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับในการใช้ประกาศอำนาจของรัฐบาลชุดนี้

เมื่อเวลาผ่านไป ศพแล้วศพเล่าถูกบวงสรวงชีวิตกึ่งกลางสนามที่นี้ บ้างถูกยิง บ้างก็ถูกแขวนคอ รู้สึกตัวอีกครั้งความประพฤติปฏิบัติแบบนี้ก็เปลี่ยนเป็นเรื่องธรรมดาปกติไปแล้ว บางเวลาการประหารผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มีผู้คนเข้ามาเตะบอลในสนามเล่นอย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“บนพื้นสนามที่นี้มีเลือดผสมอยู่มากเกินไป มากมายจนถึงมันซึมลงไปข้างล่างทำให้ไม่สามารถที่จะปลูกต้นหญ้าใหม่ได้ พวกเราจำเป็นต้องเพิ่มชั้นดินใหม่เพื่อสามารถปลูกต้นหญ้าได้ แล้วก็เพื่อไม่ให้ผู้เล่นในสนามจะต้องเหยียบเลือดของคนเราจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเครือญาติของผมเอง” โมฮัมหมัด ที่นาซิม

“เขาบริสุทธิ์เหมือนกับอีกหลายท่านที่จำต้องตายลงตรงนี้”

ก่อนที่จะพื้นหญ้า กาซี สเตเดี้ยม จะโชกด้วยเลือด

กาซี สเตเดี้ยม

จากสนามกีฬาที่เคยเป็นศูนย์รวมหัวใจของคนภายในชาติ เปลี่ยนไปเป็นสมุทรเลือดในระยะเวลาหกปีที่กรุ๊ปตาลีบันดูแลประเทศ แม้กระนั้นสุดท้ายรัฐบาลตาลีบันก็ล่มสลาย

ข้างหลังเหตุก่อการร้าย 11 ก.ย. 2001 กรุ๊ปตาลีบันถูกโค่นล้ม ด้วยทำการความอิสระยืนนาน (Operation Enduring Freedom) ที่มีประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นแกนนำ สมาชิกโดยมากแอบหนีไปยังประเทศปากีสถาน ที่ซึ่งมีการจับกลุ่มกันใหม่เป็นกระบวนการกบฏ เพื่อทำศึกกับสาธารณรัฐอิสลามอัฟกานิสถาน ซึ่งจัดตั้งขึ้นในสิ้นปี 2001 แล้วก็กองกำลังช่วยเหลือด้านความยั่งยืนและมั่นคงนานาประเทศ (International Security Assistance Force - ISAF) นำโดย องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ

ดำเนินการที่รับประทานช่วงเวลากว่า 10 ปี ทำให้อัฟกานิสถานกลับมาอยู่ในความสงบเงียบและก็สงบมากยิ่งขึ้น หากแม้กรุ๊ปตาลีบันจะยังไม่ล่มสลาย แต่ว่าก็อ่อนแรงอย่างชัดเจน แปลงเป็นกองกำลังกบฏ แหล่งชุมนุมกันเป็นกองกำลังย่อย​ๆ​ หลบซ่อนอยู่แถวชายแดนอัฟกานิสถานกับประเทศปากีสถาน​ตั้งแต่นั้นมา กาซี สเตเดี้ยมก็ไม่เคยกลับไปเป็นลานประหารอีกเลย แม้กระนั้น ไม่มีผู้ใดลืมว่าเคยกำเนิดอะไรขึ้นตรงนี้

ข้างหลังการล่มสลายของรัฐบาลตาลีบัน ต้นหญ้าใน กาซี สเตเดี้ยมก็กลับมาเขียวชอุ่มอีกที แต่ว่ามันก็เป็นเพียงแต่ความสวยเปลือกแค่นั้น ภาพในใจของชาวอัฟกันยังคงจำว่าพื้นหญ้าของสนามที่นี้คราวหนึ่งมันเคยโชกไปด้วยเลือด ส่วนคานประตูกาลครั้งหนึ่งก็เคยใช้แขวนคอผู้คนหลายสิบชีวิต

“มีมิจฉาชีพคนหนึ่งลักขโมยของอะไรบางอย่างจากหมู่บ้านของเขา เขาถูกจับมาตัดมือตรงนี้ แล้วก็ผมก็เคยได้เห็นการตัดศีรษะทั้งที่ยังไม่ตาย การยิงที่ไม่มีปราณีตรงนี้ มันเป็นความจำที่ไม่มีทางลืม” ไซบูลา ผู้สื่อข่าวคนอัฟกานิสถานเล่าถึงความจำ

ไม่มีผู้ใดกล้ามาเยี่ยมสนามที่นี้ ยิ่งเป็นช่วงๆข้างหลังพระอาทิตย์ลับฟ้า บรรยากาศยิ่งทวีความว้าเหว่ขึ้นไปอีก

“ไม่มีผู้ใดกล้ามาตรงนี้ข้างหลังฟ้ามืด แม้กระทั้งผมเองก็ไม่ยินยอมเข้าไปด้านในเด็ดขาด”

“พวกเขามั่นใจว่าสถานที่ที่นี้ยังถูกหลอกด้วยวิญญาณของคนเราที่ถูกฆ่าอย่างทรมาน”

หากแม้สนามที่นี้จะถูกปรับปรุงใหม่จากการร่วมแรงกันระหว่างผู้นำประเทศอัฟกานิสถาน กับ ไรอัน คร็อกเกอร์ เอกอัครราชทูตประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วก็นายพล จอห์น อัลเลน ผู้บังคับบัญชากองทัพสหรัฐอเมริกา ในอัฟกานิสถาน เป้าหมายเพื่อเป็นเครื่องหมายของความเจริญรุ่งเรือง ว่าประเทศที่นี้หลุดพ้นจากสถานะการสู้รบแล้วก็การสู้รบกับกรุ๊ปตาลีบันแล้ว นอกเหนือจากนั้นพวกเขายังหวังว่าการตกแต่งใหม่จะลบล้างความจำที่เลวของคนเราออกไปได้

กาซี สเตเดี้ยม วันที่ 20 ส.ค. 2013 สิบสองปีข้างหลังการล่มสลายของรัฐบาลตาลีบัน และก็สองปีภายหลังจากการปรับแต่งสนามใหม่ วันนี้เป็นวันที่คนอัฟกานิสถานทุกคนรอ เนื่องจากว่ามันเป็นทีแรกในรอบเกือบจะสี่ทศวรรษที่กลุ่มบอลกลุ่มชาติของพวกเขาสามารถกลับมาใช้สนามที่นี้เป็นรังเหย้าได้อีกรอบ เช่นเดียวกันกับเป็นการเริ่มต้นใหม่ภายหลังเรื่องราวไม่ดีทั้งหมด

แม้ว่าจะเป็นเพียงแต่การประลองนัดหมายกระชับมิตร แม้กระนั้นมันก็ถูกยืนยันโดยสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ นอกจากคู่ปรปักษ์ของอัฟกานิสถานเป็น ประเทศปากีสถาน ประเทศที่มีปัญหากระทบกระทั่งกันมาอย่างช้านาน

ราษฎรชาวอัฟกันหลั่งไหลเข้าไปดูเกมในสนามกระทั่งเต็มปริมาตร ภายใต้การดูแลรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้น มีตำรวจปราบอลหม่านหลายร้อยนายรอคุมสถานการณ์อยู่รอบรอบๆ และไม่ใช่เพียงในสนามแค่นั้น ไม่ว่าจะในห้องอาหารหรือค๊อฟฟี่ช็อปก็เบียดเสียดยัดเยียดไปด้วยผู้คนที่มาคอยดูการถ่ายทอดสด

เวลาผ่านไปครบ 90 นาที เกมสิ้นสุดลงด้วยความมีชัยของอัฟกานิสถานที่ต้อนประเทศปากีสถานไป 3 ประตูต่อ 0 และก็จากนั้นความดีอกดีใจอย่างเพ้อคลั่งของชาวอัฟกันก็เริ่มขึ้น ... มันเป็นบรรยากาศที่ยากจะจินตนาการได้ถ้าเกิดมิได้ไปอยู่ที่ตรงนั้นด้วยตัวเอง

“ผมไม่สามารถที่จะชี้แจงออกมาเป็นคำบอกเล่าได้เลย” บิลัล โอโรซ่า นักเตะกลุ่มชาติอัฟกานิสถานกล่าวออกมาด้วยความตื้นตันใจภายหลังเสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น

“มันไม่ใช่แค่ชัยของกลุ่มบอลเพียงแค่นั้น แต่ว่ามันเป็นชัยของประเทศพวกเราด้วย ผมต้องการยินดีออกมาจาก้นสระของหัวใจต่อชัยคราวนี้”

ส่วนผู้กล่าวบรรยายกีฬาที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้านในห้องส่งนั้นก็มีความรู้สึกเอ่อไม่ได้มีความแตกต่างกัน

“ผมหวังว่าปัจจุบันนี้ผมจะมีปีกจะได้บินเข้าไปร่วมสังสรรค์ในสนามได้ ผมยินดีที่เกิดเป็นชาวอัฟกานิสถาน!” เขาร้องออกมาสุดเสียง

นอกเหนือจากนั้น อัสมาไซ ฟาเซลี่ ที่เดินทางมาเชียร์จากบ้านนอก เขาเล่าให้ฟังว่ากลางทางเขาพบกับตาลีบันกรุ๊ปเล็กๆก่อนที่จะมีบทสำหรับพูดกันนิดหน่อย

“กลางทางมาตรงนี้ผมพบกับกรุ๊ปตาลีบันแถบจังหวัดวาร์ดัก แต่ว่าเมื่อผมบอกพวกเขาไปว่าผมกำลังจะเดินทางไปดูเกมของกลุ่มชาติอัฟกานิสถาน พวกเขาก็ปลดปล่อยให้ผมผ่านมาด้วยสีหน้าท่าทางยิ้มแย้ม แถมยังให้พรให้ผมโชคดีอีกด้วย”

ทางเข้า TS911 ล่าสุด อัพเดทตลอด 24 ชั่วโมง 2019-2020

Spread the love
Tags : , , , , , ,
แสดงความคิดเห็น